|
||||||||||
ทรามวัยกับจิ๊กโก๋ตอน1
น่าภูมิใจ ที่นายวิโรจน์กับนางวาสนามีลูกสาวสวย ๆ วัยไล่เลี่ยกันถึง 3 คน ความสวยของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันคนละอย่าง แต่รับรองว่าในละแวกบ้านเดียวกันนั้น ไม่มีใครสวยเกินกว่าเธอสามคนนี้ไปได้ แต่นั่นแหละ สมัยนี้ให้ดีแสนดียังไงก็เถอะ ถ้าเหลี่ยมไม่ทันคนเพราะคิดว่าทุกคนจะดีเหมือนตัวละก้อ มักจะเสร็จทุกรายนั่นแหละ เรามาดูเหตุการณ์ต่อไปนี้กันเถอะ ทุกวันที่แววดาวออกจากบ้านไปทำงาน มักจะมีหนุ่มหุ่นสำอางค์หรือเรียกง่าย ๆ ว่าจิ๊กโก๋นั่นแหละเฝ้าตามอยู่ห่าง ๆ ทุกวัน โดยที่เธอไม่รู้ตัว แต่เมื่อถูกตามหนัก ๆ เข้า สัญชาติญาณก็บอกให้เธอรู้ว่าได้มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นนั่นแหละ นั่นแหละเธอจึงได้รู้ว่าได้มีคนติดตามเธอเป็นเงาตามตัวทุกวัน แรก ๆ เธอก็รู้สึกเฉย ๆ แต่เมื่อเห็นความพยายามอย่างยิ่งยวดของเขา และในระยะหลังนี้ เขาก็ชักจะยิ้มและทักทายกับเธอบ่อย ๆ บางครั้งเขาก็เดินคุยกับเธอเป็นการไปส่งจนถึงหน้าบ้าน แล้วจึงจะกลับ แปลก! ที่เธอไม่ยักเห็นว่าการแต่งกายอันฉูดฉาดและการไว้ผมยาวราวกับผู้หญิงของเขานั้น มันเป็นการน่าเกลียด เธอกลับเห็นว่าเป็นการทันสมัยน่ามองและมองไม่เบื่อซะด้วย ยิ่งนานวัน เธอก็ยิ่งสนิทสนมกับเขาขึ้นตามลำดับ จนในบางครั้งเธอยอมไปร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ไปเดินเที่ยวและหนักเข้าก็ถึงกับไปดูภาพยนตร์กับเขา จากการที่ได้พูดคุยกันอย่างสนิทสนม เธอทราบว่าเขาชื่อนพกรณ์ เป็นลูกชายคนเดียวของพ่อค้าใหญ่ทางเมืองเหนือ ถูกส่งให้มาเรียนด้านธุรกิจการค้า แต่เขาหาได้สนใจต่าการเรียนไม่ เงินทองที่บิดาส่งมาให้ใช้จ่ายในการเรียน เขาก็นำมาเที่ยวเตร่และใช้จ่ายให้หมดในทางที่ไร้ประโยชน์ เช่น ดื่มเหล้า เคล้านารี เป็นต้น นพกรณ์เห็นว่าแววดาวเป็นคนสวยน่ารัก อาชีพการงานก็พอจะยึดเป็นหลักฐานได้ ฐานะของพ่อแม่ก็อยู่ในขั้นดี รวมความแล้ว เขาไม่มีทางที่จะขาดทุนสำหรับเธออย่างแน่นอน นอกจากนั้น น้อง ๆ ของเธออีกสองก็ยังสวยงามไม่แพ้พี่สาวอีกด้วย เลิกจากงานแล้ว จิ๊กโก๋หนุ่มหน้าตาเก๋ไก๋ไปรอรับเธออยู่ใกล้ ๆ หน้าธนาคารนั้นเอง เมื่อเห็นเธอก้าวเท้าออกมา เขาก็ยิ้มอย่างดีใจ ตรงเข้าไปหา “อ้าว! มายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่คะนี่…ดาวไม่ยักเห็น…” “ผมมายืนอยู่ตั้งนานแล้วล่ะครับ ไม่ทราบว่าเป็นยังไง…ไปไหน ๆ ก็แล้วแต่ ใจมันต้องมาวนเวียนอยู่ตรงนี้ตลอดเวลา” “ตายจริง! ทำไมเป็นยังงั้นล่ะคะ แปลกจังเลย…” “ผมว่าเดี๋ยวเราค่อยคุยกันดีกว่า ผมจองตั๋วหนังรอบค่ำไว้สองที่แล้ว เดี๋ยวเราไปหาอาหารทานกันก่อน แล้วค่อยดูหนังนะครับ…คุณดาว” “โอ! ไม่ได้หรอกค่ะ ทางบ้านคงจะรอดาว ดาวไม่เคยกลับบ้านค่ำเช่นนั้น…” เขาหัวเราะอย่างขบขันและแนะนำว่า “จะเป็นไรไปครับ…เดี๋ยวที่ร้านอาหาร…คุณก็โทรศัพท์ไปบอกทางบ้านว่า เพื่อนชวนดูหนังรอบค่ำก็หมดเรื่อง…กรุณาอย่าขัดศรัทธาผมเลยนะครับ คุณดาว” “อ้อ…มันจะดีเหรอคะ…มันไม่ใช่กลางวัน” “ถ้าคุณรังเกียจ และไม่ไว้ใจผม…” เขายื่นไม้ตายทันที…ทำให้แววดาวใจหาย เกรงว่าเขาจะโกรธจึงรีบบอกกับเขาว่า… “เอ้อ…อย่าเข้าใจเช่นนั้นซีคะ คุณนพ…ดาวเป็นผู้หญิง…ดาวก็ต้องระมัดระวังตัวเป็นธรรมดา แต่สำหรับคุณ…ดาวไว้ใจค่ะ…” นพกรณ์ยิ้มออกมาได้ เขารีบถามขึ้นราวกับจะไม่แน่ใจว่าเขาได้ยินถูกต้องหรือไม่ “เป็นอันว่า คุณดาวตกลงไปดูหนังกะผมใช่ไม๊ครับ…โอ…ผมดีใจ…จนพูดไม่ถูก…แล้ว…” สาวสวยยิ้มอย่างน่าเอ็นดู ช่างประหลาดนัก ไม่รู้ว่าหนุ่มคนนี้มีดีอะไร ทั้ง ๆ ที่เธอก็เคยเกลียดผู้ชายที่แต่งกายฉูดฉาด และไว้ผมยาวประบ่าราวกับผู้หญิงแต่เมื่อได้พบกับนพกรณ์เข้า เธอกลับเห็นว่ามันน่ารัก น่ามองไปได้…อะไรหนอนี่ ทำให้เธอเป็นไปได้เช่นนั้น… นพกรณ์พาหญิงสาวไปรับประทานอาหารในร้านชั้นดีโอ่โถงใกล้ ๆ โรงภาพยนตร์ที่เขาจองตั๋วไว้ เขาสั่งเบียร์มาดื่ม พร้อมด้วยกับแกล้มอีกหลายอย่าง แต่ก่อนที่เขาจะสั่งของเหล่านี้เขาไม่ลืมที่จะใช้ถ้อยคำสุภาพขออนุญาตเธอเสียก่อน “ขอประทานโทษนะครับคุณดาว…ผมขออนุญาตดื่มเบียร์สักเล็กน้อย เพื่อย้อมใจให้กล้า…เอ้อ…ผมมีเรื่องจะปรึกษาคุณครับ…เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผมมากทีเดียว” “เชิญตามสบายเถอะค่ะ ไม่ต้องเกรงใจดาวหรอก แต่เอ้อ…คุณนพ…มีเรื่องอะไรจะปรึกษาดาวเหรอคะ…” “ครับ…เชิญคุณดื่มเบียร์สักหน่อยซีครับ เพื่อเป็นเกียรติสำหรับผม” “เอ้อ…ดาวดื่มไม่เป็นนี่คะ…คุณนพ…” “นิดเดียว…เท่านั้นแหละครับ…ไม่เมาหรอก ผู้หญิงเดี๋ยวนี้เค้าดื่มเบียร์กันได้อย่างสบาย ๆ เทียวนะครับ…” ทนคะยั้นคะยอด้วยคำหวานของเขาไม่ได้ เธอจึงยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มเล็กน้อย รู้สึกว่ามันออกขม ๆ พิกล เมื่อเธอดื่มไปครั้งหนึ่งแล้ว เขาก็ยังอ้อนวอนให้เธอดื่มต่อไปอีกเรื่อย ๆ ใบหน้าของเธอเริ่มจะแดงระเรื่อ นัยน์ตาเริ่มจะแวววามด้วยความรู้สึกสนุกสนาน และครึกครื้นเป็นพิเศษ ต่างดื่มพลาง คุยพลางจนได้เวลาภาพยนตร์เกือบจะฉาย เขาจึงชวนเธอเข้าไปในโรงหนัง โดยถือวิสาสะจูงมือเธอเข้าไปอย่างสนิทสนม…อา…อานุภาพแห่งรสสัมผัส เพียงแต่มือต่อมือเท่านั้น แววดาวก็หวั่นไหวจนบอกไม่ถูก เธอรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าจนตัวสั่นน้อย ๆ ภายในโรงหนัง ไม่ค่อยจะมีคนนัก เพราะเป็นเวลาปลายเดือนแล้ว และนพกรณ์ยังตีตั๋วชั้นพิเศษเสียด้วย จึงช่างปลอดโปร่งคนเสียนี่กระไร “แหม! ทำไมเงี้ยบเงียบ ไม่มีคนเลยยังงี้โรงหนังไม่ขาดทุนแย่รึคะนี่” “มันปลายเดือนแล้วนี่ครับ คุณดาว แต่ผมว่าดี…ผมชอบเงียบ ๆ ยิ่งมีแต่เราสองคนเท่านั้นยิ่งดีใหญ่” “เอ๊ะ! ทำไมยังงั้นล่ะคะ…คุณนพ…” “เราจะได้คุยกันอย่างมีความสุขไงล่ะครับคุณดาว…” “มีคนอยู่ เราก็คุยกันได้ ดาวไม่เห็นจะแปลกสักนิด…” “คุณดาวยังไม่เข้าใจหรอกครับ ว่าทำไมผมถึงอยากคุยกับคุณตามลำพัง” “นั่นซีคะ…ดาวก็สงสัย…” ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ราวกับจะตัดสินใจว่า เขาจะเริ่มกันอย่างไรดี แต่แล้วเขาก็เริ่มต้นขึ้นว่า “คุณแววดาวครับ…” “ขา…แหม!…เรียกซะเต็มยศเชียวนะคะ” เธอประชดเขาเบา ๆ อย่างนึกสนุก “คุณรู้ตัวบ้างไม๊ว่า…คุณสวย…คุณน่ารัก” “อุ้ยตาย!…ไม่ยักทราบว่า คุณนพมีผลยอ เยอะแยะยังงี้…” “ผมพูดความจริงนะ คุณดาว คุณสวย คุณน่ารัก จนผมทั้งรักทั้งหลง ไม่อยากจะห่างคุณแม้แต่น้อย…” พูดพลาง เขาเอื้อมมือมาโอบกอดเธอไว้เบา ๆ แต่เธอผลักมือเขาออก ด้วยรู้สึกกระดาก เกรงจะมีคนเห็น “อุ้ย! อย่าค่ะ อย่าทำยังงี้…น่าเกลียดนะคะ คุณนพ…” “ไม่มีใครเห็นหรอก คุณดาว โปรดเห็นใจผมบ้าง…ผมรักคุณเหลือเกิน” “คุณน่ะเหรอคะ…รักดาว…” เธอทวนคำคล้าย ๆ จะไม่เชื่อว่าที่เขาพูดออกมานั้นเป็นความจริง “ครับ…ผมรักคุณดาวมาตั้งแต่แรกเห็น ผมเฝ้ามอง เฝ้ารอ…จนได้รู้จักสนิทสนมกับคุณได้เพียงนี้…ช่างเป็นวาสนาของผมเหลือเกิน…” พูดจบ…เขาก็รั้งร่างเธอจนเอนมาแนบอกเขา และก้มลงจูบแก้มอิ่ม ซึ่งกำลังร้อนผะผ่าวและแดงจัดขึ้นมาอย่างขวยเขิน เธอผลักใบหน้าของเขาออก บ่นอู้อี้ว่า “โธ่…อย่าค่ะ…อย่ารังแกดาวยังงี้ซีคะ คุณนพ…” “ใครว่าผมรังแก…ผมรักคุณต่างหาก คุณดาว ชื่นใจของผม โปรดบอกให้ผมชื่นใจสักคำเถิดว่า คุณก็…รักผม…” พูดพลาง…มือของเขาก็เริ่มเปะปะเคล้าอยู่ที่อกเสื้อของหญิงสาว…และเคล้ามือเบา ๆ ทั้ง ๆ ที่ภายนอก…แต่มันก็ทำให้สาวซึ่งไม่เคยถูกมือชายมาก่อนซ่านสยิวขึ้นมาทันที “อุ้ย!…คุณนพ…ขา…” หญิงสาวร้องออกมาเบา ๆ พลางปัดมือเขาออก แต่เสือผู้หญิงอย่างนพกรณ์น่ะหรือจะยอมทำตามง่าย ๆ ไก่อ่อนยังไม่เคยมือเลยยังงี้แหละ ยิ่งดีนัก…เขาจะปล่อยทีเด็ดให้เธออ้าปากค้างทีเดียว ร่างของหญิงสาวเริ่มสั่นเทิ้ม เมื่อรู้สึกว่ามือของเขาค่อย ๆ ล้วงเข้าไปในคอเสื้อโดยที่เขาปลดเม็ดกระดุมออกตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอหาได้รู้สึกตัวไม่ เขาจูบปากเธอด้วยชั้นเชิงที่ทำให้เธอสยิวจนสุดหัวใจ พร้อมกันนั้นมือของเขาก็แตะต้องและเคล้าคลึงบัวงามทั้งสองดอกของเธออย่างทนุถนอม… แววดาวระทดระทวยด้วยรสจูบอย่างลืมตัว เธอปล่อยให้เขาคลึงเคล้าของสงวนด้วยความเสียวสยิวจนแทบจะขาดใจ…นพกรณ์ก็ร่ายมนต์สวดหนักขึ้นอีก…เขาเลื่อนมือลงไปลูบไล้แถวขาอ่อน ถลกชายกระโปรงสั้น ๆ ขึ้นมาและใช้นิ้วเกลี่ยเบา ๆ ที่โคนขาอันแนบชิดนั้น…ปลายนิ้วขยุก ๆ เข้าไป…ทีละนิด ๆ …จนกระทั่งสัมผัสเข้ากับเจ้าติ่งเนื้อเม็ดน้อยที่ยื่นแหลมออกมาราวกับจะชะเง้อรอหาสิ่งที่มันต้องการ หญิงสาวสูดปาก และร้องอุ้ย! เบา ๆ แต่ขาทั้งสองข้างก็คลายอาการเบียดชิดลงไปแล้ว เขาจึงขยุกมือได้สดวก ถึงแก่ดึงขอบกางเกงในให้หลุดลงมา… “อุ้ย!…อย่าค่ะ…คุณนพขา…อย่าทำดาวเช่นนั้น…” “จะเป็นไรไปทูนหัว…เรารักกัน…เราก็ต้องหาความสุขให้แก่กันซีจ๊ะ…ดูซี…ในรู…ของคุณดาว…มีน้ำเยิ้มเชียว แสดงว่าความรู้สึกของเราตรงกันนะครับ ยอดรัก…” “แต่…เอ้อ…ที่นี่มันไม่สมควรนี่คะ คุณนพขา…” เธอพูดเพียงเพื่อจะบ่ายเบี่ยงให้เขาหยุดการกระทำอันรุนแรงเสีย ทั้ง ๆ ที่เธอเองก็สุดแสนจะเสียดาย แต่ชายหนุ่มกลับรวบรัดตัดความอย่างง่ายดาย “งั้นเราอย่าดูหนังเลยนะจ๊ะ…ดาวจ๋า…เราไปหาความสุขที่เราต้องการดีกว่า…” พูดจบเขาก็จูบเธอเบา ๆ แล้วติดกระดุมเสื้อให้เธออย่างเรียบร้อย ฉุดข้อมือให้ลุกขึ้น ========== [?] Random Posts1 comment to ทรามวัยกับจิ๊กโก๋ตอน1 |
||||||||||
Copyright © 2010 เย็ดเข้ weblog - All Rights Reserved 199 queries. 0.691 seconds. |
||||||||||
ขอบคุณคับ