ทรามวัยกับจิ๊กโก๋ตอน1


### ตอนที่ 1 ###
น่าภูมิใจ ที่นายวิโรจน์กับนางวาสนามีลูกสาวสวย ๆ วัยไล่เลี่ยกันถึง 3 คน ความสวยของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันคนละอย่าง แต่รับรองว่าในละแวกบ้านเดียวกันนั้น ไม่มีใครสวยเกินกว่าเธอสามคนนี้ไปได้
คนแรกได้แก่แววดาว ที่เธอชื่อแววดาว ก็เพราะนัยน์ตาของเธอสว่างและสุกใสประดุจดวงดาวที่เจิดจ้านั่นเอง เธอผู้นี้มีใบหน้ารูปไข่ เครื่องหน้า เช่น ปาก จมูก แก้ม คิ้ว คาง ช่างรับกันไปทุกส่วนดูงดงามประหลาดตา รูปทรงก็เพรียวสูงได้ส่วนสัดตามแบบของสาวสมัยใหม่ทีเดียวแหละ เธอผู้นี้มีอายุได้ 22 ปี เรียนพาณิชย์ชั้นสูง และได้เข้าทำงานเป็นแคชเชียร์อยู่ในธนาคารแห่งหนึ่ง
คนที่สองคือพราวตา เธอผู้นี้สวยสดงดงามนุ่มนวลเหมาะสมกับอาชีพของเธอ พราวตาเป็นอาจารย์อยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เธอเพิ่งเรียนสำเร็จและเริ่มทำงานได้ยังไม่ถึงปี กำลังหอมหวลชวนฝัน ทั้งในหมู่อาจารย์ด้วยกันและนักศึกษาทั้งชายและหญิงด้วย อายุของเธอได้ 20 พอดี
ส่วนนภาพรนั้น เพิ่งอายุได้ 18 ปี เธอไม่ยอมเรียนอะไรต่อ พอจบม.ศ.5 แล้ว เธอก็เข้าอบรมเป็นเจ้าหน้าที่รถทัวร์ในบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งพ่อแม่ก็ตามใจเพราะเห็นว่าเป็นลูกสาวคนเล็ก เธอผู้นี้สวยเข้มข้น ปราดเปรียวและซุกซนมาก แต่ก็เป็นที่น่ารักของบิดามารดาและพี่สาว ทั้ง 5 ชีวิตอยู่กันอย่างมีความสุขมากเพียงแต่เขาเฝ้ารอการกลับของพี่ชายคนโต ซึ่งกำลังไปทำปริญญาโทต่อที่อเมริกาและได้ส่งข่าวมาว่า เขาได้แต่งงานกับสาวอเมริกันแล้ว จะเดินทางกลับประเทศไทยพร้อม ๆ กัน
ผัวเมียคู่นี้อบรมสั่งสอนลูกสาวให้อยู่ในกรอบแห่งประเพณีอันดีงามอยู่เสมอ สิ่งใดที่ควรตามใจก็ตามใจ สิ่งใดที่เห็นว่าไม่สมควรเขาก็ชี้แจงให้เห็นผิดชอบชั่วดีเสียก่อน ลูกสาวของเขาจึงสวยทั้งรูปและจูบก็หอมด้วย
แต่นั่นแหละ สมัยนี้ให้ดีแสนดียังไงก็เถอะ ถ้าเหลี่ยมไม่ทันคนเพราะคิดว่าทุกคนจะดีเหมือนตัวละก้อ มักจะเสร็จทุกรายนั่นแหละ เรามาดูเหตุการณ์ต่อไปนี้กันเถอะ
ทุกวันที่แววดาวออกจากบ้านไปทำงาน มักจะมีหนุ่มหุ่นสำอางค์หรือเรียกง่าย ๆ ว่าจิ๊กโก๋นั่นแหละเฝ้าตามอยู่ห่าง ๆ ทุกวัน โดยที่เธอไม่รู้ตัว แต่เมื่อถูกตามหนัก ๆ เข้า สัญชาติญาณก็บอกให้เธอรู้ว่าได้มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นนั่นแหละ นั่นแหละเธอจึงได้รู้ว่าได้มีคนติดตามเธอเป็นเงาตามตัวทุกวัน แรก ๆ เธอก็รู้สึกเฉย ๆ แต่เมื่อเห็นความพยายามอย่างยิ่งยวดของเขา และในระยะหลังนี้ เขาก็ชักจะยิ้มและทักทายกับเธอบ่อย ๆ บางครั้งเขาก็เดินคุยกับเธอเป็นการไปส่งจนถึงหน้าบ้าน แล้วจึงจะกลับ
แปลก! ที่เธอไม่ยักเห็นว่าการแต่งกายอันฉูดฉาดและการไว้ผมยาวราวกับผู้หญิงของเขานั้น มันเป็นการน่าเกลียด เธอกลับเห็นว่าเป็นการทันสมัยน่ามองและมองไม่เบื่อซะด้วย
ยิ่งนานวัน เธอก็ยิ่งสนิทสนมกับเขาขึ้นตามลำดับ จนในบางครั้งเธอยอมไปร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ไปเดินเที่ยวและหนักเข้าก็ถึงกับไปดูภาพยนตร์กับเขา
จากการที่ได้พูดคุยกันอย่างสนิทสนม เธอทราบว่าเขาชื่อนพกรณ์ เป็นลูกชายคนเดียวของพ่อค้าใหญ่ทางเมืองเหนือ ถูกส่งให้มาเรียนด้านธุรกิจการค้า แต่เขาหาได้สนใจต่าการเรียนไม่ เงินทองที่บิดาส่งมาให้ใช้จ่ายในการเรียน เขาก็นำมาเที่ยวเตร่และใช้จ่ายให้หมดในทางที่ไร้ประโยชน์ เช่น ดื่มเหล้า เคล้านารี เป็นต้น
นพกรณ์เห็นว่าแววดาวเป็นคนสวยน่ารัก อาชีพการงานก็พอจะยึดเป็นหลักฐานได้ ฐานะของพ่อแม่ก็อยู่ในขั้นดี รวมความแล้ว เขาไม่มีทางที่จะขาดทุนสำหรับเธออย่างแน่นอน นอกจากนั้น น้อง ๆ ของเธออีกสองก็ยังสวยงามไม่แพ้พี่สาวอีกด้วย
เลิกจากงานแล้ว จิ๊กโก๋หนุ่มหน้าตาเก๋ไก๋ไปรอรับเธออยู่ใกล้ ๆ หน้าธนาคารนั้นเอง เมื่อเห็นเธอก้าวเท้าออกมา เขาก็ยิ้มอย่างดีใจ ตรงเข้าไปหา
“อ้าว! มายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่คะนี่…ดาวไม่ยักเห็น…”
“ผมมายืนอยู่ตั้งนานแล้วล่ะครับ ไม่ทราบว่าเป็นยังไง…ไปไหน ๆ ก็แล้วแต่ ใจมันต้องมาวนเวียนอยู่ตรงนี้ตลอดเวลา”
“ตายจริง! ทำไมเป็นยังงั้นล่ะคะ แปลกจังเลย…”
“ผมว่าเดี๋ยวเราค่อยคุยกันดีกว่า ผมจองตั๋วหนังรอบค่ำไว้สองที่แล้ว เดี๋ยวเราไปหาอาหารทานกันก่อน แล้วค่อยดูหนังนะครับ…คุณดาว”
“โอ! ไม่ได้หรอกค่ะ ทางบ้านคงจะรอดาว ดาวไม่เคยกลับบ้านค่ำเช่นนั้น…”
เขาหัวเราะอย่างขบขันและแนะนำว่า
“จะเป็นไรไปครับ…เดี๋ยวที่ร้านอาหาร…คุณก็โทรศัพท์ไปบอกทางบ้านว่า เพื่อนชวนดูหนังรอบค่ำก็หมดเรื่อง…กรุณาอย่าขัดศรัทธาผมเลยนะครับ คุณดาว”
“อ้อ…มันจะดีเหรอคะ…มันไม่ใช่กลางวัน”
“ถ้าคุณรังเกียจ และไม่ไว้ใจผม…”

เขายื่นไม้ตายทันที…ทำให้แววดาวใจหาย เกรงว่าเขาจะโกรธจึงรีบบอกกับเขาว่า… “เอ้อ…อย่าเข้าใจเช่นนั้นซีคะ คุณนพ…ดาวเป็นผู้หญิง…ดาวก็ต้องระมัดระวังตัวเป็นธรรมดา แต่สำหรับคุณ…ดาวไว้ใจค่ะ…”
นพกรณ์ยิ้มออกมาได้ เขารีบถามขึ้นราวกับจะไม่แน่ใจว่าเขาได้ยินถูกต้องหรือไม่ “เป็นอันว่า คุณดาวตกลงไปดูหนังกะผมใช่ไม๊ครับ…โอ…ผมดีใจ…จนพูดไม่ถูก…แล้ว…”
สาวสวยยิ้มอย่างน่าเอ็นดู ช่างประหลาดนัก ไม่รู้ว่าหนุ่มคนนี้มีดีอะไร ทั้ง ๆ ที่เธอก็เคยเกลียดผู้ชายที่แต่งกายฉูดฉาด และไว้ผมยาวประบ่าราวกับผู้หญิงแต่เมื่อได้พบกับนพกรณ์เข้า เธอกลับเห็นว่ามันน่ารัก น่ามองไปได้…อะไรหนอนี่ ทำให้เธอเป็นไปได้เช่นนั้น…
นพกรณ์พาหญิงสาวไปรับประทานอาหารในร้านชั้นดีโอ่โถงใกล้ ๆ โรงภาพยนตร์ที่เขาจองตั๋วไว้ เขาสั่งเบียร์มาดื่ม พร้อมด้วยกับแกล้มอีกหลายอย่าง แต่ก่อนที่เขาจะสั่งของเหล่านี้เขาไม่ลืมที่จะใช้ถ้อยคำสุภาพขออนุญาตเธอเสียก่อน
“ขอประทานโทษนะครับคุณดาว…ผมขออนุญาตดื่มเบียร์สักเล็กน้อย เพื่อย้อมใจให้กล้า…เอ้อ…ผมมีเรื่องจะปรึกษาคุณครับ…เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผมมากทีเดียว”
“เชิญตามสบายเถอะค่ะ ไม่ต้องเกรงใจดาวหรอก แต่เอ้อ…คุณนพ…มีเรื่องอะไรจะปรึกษาดาวเหรอคะ…”
“ครับ…เชิญคุณดื่มเบียร์สักหน่อยซีครับ เพื่อเป็นเกียรติสำหรับผม”
“เอ้อ…ดาวดื่มไม่เป็นนี่คะ…คุณนพ…”
“นิดเดียว…เท่านั้นแหละครับ…ไม่เมาหรอก ผู้หญิงเดี๋ยวนี้เค้าดื่มเบียร์กันได้อย่างสบาย ๆ เทียวนะครับ…”
ทนคะยั้นคะยอด้วยคำหวานของเขาไม่ได้ เธอจึงยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มเล็กน้อย รู้สึกว่ามันออกขม ๆ พิกล เมื่อเธอดื่มไปครั้งหนึ่งแล้ว เขาก็ยังอ้อนวอนให้เธอดื่มต่อไปอีกเรื่อย ๆ ใบหน้าของเธอเริ่มจะแดงระเรื่อ นัยน์ตาเริ่มจะแวววามด้วยความรู้สึกสนุกสนาน และครึกครื้นเป็นพิเศษ ต่างดื่มพลาง คุยพลางจนได้เวลาภาพยนตร์เกือบจะฉาย เขาจึงชวนเธอเข้าไปในโรงหนัง โดยถือวิสาสะจูงมือเธอเข้าไปอย่างสนิทสนม…อา…อานุภาพแห่งรสสัมผัส เพียงแต่มือต่อมือเท่านั้น แววดาวก็หวั่นไหวจนบอกไม่ถูก เธอรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าจนตัวสั่นน้อย ๆ
ภายในโรงหนัง ไม่ค่อยจะมีคนนัก เพราะเป็นเวลาปลายเดือนแล้ว และนพกรณ์ยังตีตั๋วชั้นพิเศษเสียด้วย จึงช่างปลอดโปร่งคนเสียนี่กระไร
“แหม! ทำไมเงี้ยบเงียบ ไม่มีคนเลยยังงี้โรงหนังไม่ขาดทุนแย่รึคะนี่”
“มันปลายเดือนแล้วนี่ครับ คุณดาว แต่ผมว่าดี…ผมชอบเงียบ ๆ ยิ่งมีแต่เราสองคนเท่านั้นยิ่งดีใหญ่”
“เอ๊ะ! ทำไมยังงั้นล่ะคะ…คุณนพ…”
“เราจะได้คุยกันอย่างมีความสุขไงล่ะครับคุณดาว…”
“มีคนอยู่ เราก็คุยกันได้ ดาวไม่เห็นจะแปลกสักนิด…”
“คุณดาวยังไม่เข้าใจหรอกครับ ว่าทำไมผมถึงอยากคุยกับคุณตามลำพัง”
“นั่นซีคะ…ดาวก็สงสัย…”
ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ราวกับจะตัดสินใจว่า เขาจะเริ่มกันอย่างไรดี แต่แล้วเขาก็เริ่มต้นขึ้นว่า
“คุณแววดาวครับ…”
“ขา…แหม!…เรียกซะเต็มยศเชียวนะคะ” เธอประชดเขาเบา ๆ อย่างนึกสนุก
“คุณรู้ตัวบ้างไม๊ว่า…คุณสวย…คุณน่ารัก”
“อุ้ยตาย!…ไม่ยักทราบว่า คุณนพมีผลยอ เยอะแยะยังงี้…”
“ผมพูดความจริงนะ คุณดาว คุณสวย คุณน่ารัก จนผมทั้งรักทั้งหลง ไม่อยากจะห่างคุณแม้แต่น้อย…”
พูดพลาง เขาเอื้อมมือมาโอบกอดเธอไว้เบา ๆ แต่เธอผลักมือเขาออก ด้วยรู้สึกกระดาก เกรงจะมีคนเห็น
“อุ้ย! อย่าค่ะ อย่าทำยังงี้…น่าเกลียดนะคะ คุณนพ…”
“ไม่มีใครเห็นหรอก คุณดาว โปรดเห็นใจผมบ้าง…ผมรักคุณเหลือเกิน”
“คุณน่ะเหรอคะ…รักดาว…” เธอทวนคำคล้าย ๆ จะไม่เชื่อว่าที่เขาพูดออกมานั้นเป็นความจริง
“ครับ…ผมรักคุณดาวมาตั้งแต่แรกเห็น ผมเฝ้ามอง เฝ้ารอ…จนได้รู้จักสนิทสนมกับคุณได้เพียงนี้…ช่างเป็นวาสนาของผมเหลือเกิน…”
พูดจบ…เขาก็รั้งร่างเธอจนเอนมาแนบอกเขา และก้มลงจูบแก้มอิ่ม ซึ่งกำลังร้อนผะผ่าวและแดงจัดขึ้นมาอย่างขวยเขิน เธอผลักใบหน้าของเขาออก บ่นอู้อี้ว่า
“โธ่…อย่าค่ะ…อย่ารังแกดาวยังงี้ซีคะ คุณนพ…”
“ใครว่าผมรังแก…ผมรักคุณต่างหาก คุณดาว ชื่นใจของผม โปรดบอกให้ผมชื่นใจสักคำเถิดว่า คุณก็…รักผม…”
พูดพลาง…มือของเขาก็เริ่มเปะปะเคล้าอยู่ที่อกเสื้อของหญิงสาว…และเคล้ามือเบา ๆ ทั้ง ๆ ที่ภายนอก…แต่มันก็ทำให้สาวซึ่งไม่เคยถูกมือชายมาก่อนซ่านสยิวขึ้นมาทันที
“อุ้ย!…คุณนพ…ขา…”
หญิงสาวร้องออกมาเบา ๆ พลางปัดมือเขาออก แต่เสือผู้หญิงอย่างนพกรณ์น่ะหรือจะยอมทำตามง่าย ๆ ไก่อ่อนยังไม่เคยมือเลยยังงี้แหละ ยิ่งดีนัก…เขาจะปล่อยทีเด็ดให้เธออ้าปากค้างทีเดียว
ร่างของหญิงสาวเริ่มสั่นเทิ้ม เมื่อรู้สึกว่ามือของเขาค่อย ๆ ล้วงเข้าไปในคอเสื้อโดยที่เขาปลดเม็ดกระดุมออกตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอหาได้รู้สึกตัวไม่ เขาจูบปากเธอด้วยชั้นเชิงที่ทำให้เธอสยิวจนสุดหัวใจ พร้อมกันนั้นมือของเขาก็แตะต้องและเคล้าคลึงบัวงามทั้งสองดอกของเธออย่างทนุถนอม…
แววดาวระทดระทวยด้วยรสจูบอย่างลืมตัว เธอปล่อยให้เขาคลึงเคล้าของสงวนด้วยความเสียวสยิวจนแทบจะขาดใจ…นพกรณ์ก็ร่ายมนต์สวดหนักขึ้นอีก…เขาเลื่อนมือลงไปลูบไล้แถวขาอ่อน ถลกชายกระโปรงสั้น ๆ ขึ้นมาและใช้นิ้วเกลี่ยเบา ๆ ที่โคนขาอันแนบชิดนั้น…ปลายนิ้วขยุก ๆ เข้าไป…ทีละนิด ๆ …จนกระทั่งสัมผัสเข้ากับเจ้าติ่งเนื้อเม็ดน้อยที่ยื่นแหลมออกมาราวกับจะชะเง้อรอหาสิ่งที่มันต้องการ
หญิงสาวสูดปาก และร้องอุ้ย! เบา ๆ แต่ขาทั้งสองข้างก็คลายอาการเบียดชิดลงไปแล้ว เขาจึงขยุกมือได้สดวก ถึงแก่ดึงขอบกางเกงในให้หลุดลงมา…
“อุ้ย!…อย่าค่ะ…คุณนพขา…อย่าทำดาวเช่นนั้น…”
“จะเป็นไรไปทูนหัว…เรารักกัน…เราก็ต้องหาความสุขให้แก่กันซีจ๊ะ…ดูซี…ในรู…ของคุณดาว…มีน้ำเยิ้มเชียว แสดงว่าความรู้สึกของเราตรงกันนะครับ ยอดรัก…”
“แต่…เอ้อ…ที่นี่มันไม่สมควรนี่คะ คุณนพขา…” เธอพูดเพียงเพื่อจะบ่ายเบี่ยงให้เขาหยุดการกระทำอันรุนแรงเสีย ทั้ง ๆ ที่เธอเองก็สุดแสนจะเสียดาย แต่ชายหนุ่มกลับรวบรัดตัดความอย่างง่ายดาย
“งั้นเราอย่าดูหนังเลยนะจ๊ะ…ดาวจ๋า…เราไปหาความสุขที่เราต้องการดีกว่า…”
พูดจบเขาก็จูบเธอเบา ๆ แล้วติดกระดุมเสื้อให้เธออย่างเรียบร้อย ฉุดข้อมือให้ลุกขึ้น
==========

ขอบคุณคับ