|
||||||||||
เชลยสวาทอินเจแปน
แท็กซี่คันนั้นนำผมเลี้ยวเข้าสู่ซอย นากาบูริ แล้วไปจอดยังหน้าบ้านที่สร้างอย่างหรูหรา อวดความร่ำรวยให้ชาวบ้านเห็น นี่คือบ้านของ เคียวจิ เจ้าพ่อยากูซ่า ของเขต เฮียวไก ในเมือง โกเบ “มาไถ่ของคืน” “เจ้านายคุยอยู่กับแขก ไม่ว่าง ต้องรอให้แขกกลับไปก่อน” มันทำท่าจะปิดประตู ผมจึงกระตุกปืนจากเอวขึ้นมาจ่อทันที “พากูไปหาเจ้านายมึงเดี๋ยวนี้เลย” หน้ามันถอดสีถอยหลังกรูด ผมเดินตามมันจ่อปืนหว่างอกเป้าใหญ่ของมันตวาดสั่ง “หันหลัง เดินนำไปเร็ว” มันทำตามคำสั่งแต่โดยดี เพราะรู้ว่าผมต้องเอาจริงแน่ อันที่จริงเจ้าพ่อ เคียวจิ ไม่ว่างจริงๆ เขากำลังคุยธุระอยู่กับ โนโบรุ เจ้าพ่อของเขต ซันโนมิงะ พอเห็นลูกสมุนเดินนำผมเข้าไปหาเท่านั้น ถึงกับทำหน้าบึ้งตึงทันที “เขาใช้ปืนบังคับ ให้พาเข้ามาครับ เจ้านาย” มันรีบรายงานก่อนถูกด่า เจ้าพ่อ เคียวจิ พยักหน้ารับรู้มองผมที่อยู่เบื้องหลังลูกสมุน “นายมีธุระอะไรกับฉันเหรอ ชิมาดะ” “ผมมาขอไถ่ของคืน” “ของอะไร นายกำลังพูดถึงอะไร” “เรื่องลังอาวุธที่พวกผมเอามา ขายให้คุณ” “นายเก็บปืนก่อนเถอะ แล้วค่อยๆพูดตกลงกัน นั่งก่อนซิ” “ก็ได้ ถ้าไม่เป็นเพราะไอ้นี่กวนประสาท ผมคงไม่ต้องใช้ปืนบังคับมันหรอก” ผมเก็บปืนเหน็บไว้ที่เอวอย่างเดิม ทำใจดีสู้เสือ แล้วนั่งลงยังโซฟาฝั่งตรงข้ามตามคำเชิญ “ลังอาวุธ เป็นของนายงั้นเหรอ” “ใช่…ของผม ไอ้โชจิ มันขโมยมาขาย” “นายคุมเขต นิชิโนมิยะ เล็กนิดเดียว นายจะสะสมอาวุธไว้มากมายทำไมกัน เอางี้ดีมั๊ยฉันขอครึ่งนึง ให้นายไถ่ไปครึ่งนึง” “ไม่ได้! เพื่อนผมมีหลายคนที่ต้องใช้อาวุธ ไม่งั้นผมจะมาขอไถ่ทำไม” “แล้วถ้าฉันจะเอาให้ได้หละ” เคียวจิเริ่มพูดกวนตามนิสัยของผู้ยิ่งใหญ่ ผมคาดการณ์ล่วงหน้าอยู่แล้ว ว่ายังไงเสียรูปการณ์ต้องออกมาเป็นแบบนี้แน่ จึงโต้ตอบกลับไปอย่างไม่คิดมาก่อนว่า “คุณคิดว่าผมมาคนเดียวยังงั้นหรือ เคียวจิ ทันทีที่มีเสียงปืนดังขึ้นภายในบ้านนี้ เอ็ม 79 ไม่น้อยกว่า 5 กระบอกจะระดมยิงเข้ามาทันทีตามด้วยระเบิดเพลิง เพราะพวกผมรู้ดีว่าไม่มีทางรอด คุณอยากเป็นศัตรูกับผมมากงั้นเหรอ” “ใจเย็นไว้ก่อนทั้งสองคน อย่าใช้อารมณ์ ค่อยๆตกลงกัน” เจ้าพ่อ โนโบรุ พูดขัดขึ้น “ในเมื่อคุณ ชิมาดะ ต้องการของคืน ก็คืนให้เขาไปเถอะ เคียวจิ เราต่างก็เดินอยู่บนเส้นทางเดียวกัน ไม่ก้าวก่ายกัน จะมาเป็นศัตรูกันทำไม” “ก็ได้ เพื่อเห็นแก่หน้าคุณโนโบรุ ผมจะยอมให้ไถ่ของคืน” เคียวจิ กล่าวอย่างไว้เชิงแต่ผมรู้ว่าเขาเสียวสันหลังกับคำขู่ของผมมากกว่า “แต่ของไม่ได้อยู่ที่นี่ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่แล้วกัน” “คุณสั่งให้ลูกน้องคุณให้ไปเอามาไม่ได้เหรอ” “ไม่ได้หรอก ถ้าฉันไม่ไปด้วยตัวเองจะไม่มีใครยอมให้ของมาแน่” ผมคงต้องใช้ความคิดอย่างหนักแล้ว ถ้าบังคับให้เขาไปเอาของมาได้ในเวลานี้ เขาก็ต้องรู้ว่าผมมากับ กามูชิ เพียงแค่สองคน และนั่นย่อมไม่เป็นผลดีแน่….แต่ถ้าพรุ่งนี้เขาเกิดหักหลัง เตรียมรับมือด้วยอาวุธร้ายแรงในลังนั้นจะทำยังไง สุดท้ายก็ต้องหันไปคุยกับโนโบรุ ดึงเขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย “คุณคิดว่าพรุ่งนี้ผมจะได้ของคืนมั๊ย” “ได้แน่ ผมรับประกันคำพูดของคุณ เคียวจิ ถ้าไม่ได้ของคืนคุณเล่นงานผมได้เลย” “งั้นตกลง พรุ่งนี้ผมจะมาใหม่” ผมตอบรับทั้งที่ใจจริงไม่อยากเชื่อเท่าไหร่ พวกผมมันเพียงแค่แก๊งค์เล็กๆ มีแค่ปืนพกจะมีปัญญาไปเล่นงานพวกเขาได้ยังไง ถ้าหากไม่ได้ปืนยิงเร็วในลังนั้นคืนมา แต่ยังไงผมก็ต้องเอ่ยลาออกจากตึกใหญ่หลังนั้นมาด้วยความคิดที่ขัดแย้งกันอย่างหนัก ว่าพรุ่งนี้จะได้ของคืนหรือไม่ พอเปิดประตูเล็กออกมาเท่านั้นก็เกือบชนกับสาวน้อยร่างบอบบางคนหนึ่งที่กำลังจะเดินสวนเข้าไปพอดี เธอทำท่าตกใจเล็กน้อยที่ยืนประจันหน้ากับผม ใบหน้ารูปไข่ไว้ผมยาวนั้นสวยไม่น้อยเลยทีเดียว “ขอโทษครับ” “ไม่เป็นไรค่ะ” ผมเกือบจะหลีกทางให้อยู่แล้ว ถ้าหากไม่นึกแว่ปอะไรขึ้นมาได้เสียก่อน “คุณอยู่บ้านหลังนี้เหรอครับ” “ค่ะ” “เป็นอะไรกับเจ้าพ่อเคียวจิหรือเปล่า” “เป็นลูกสาวค่ะ” เท่านั้นเองผมกระตุกปืนออกมาจี้ทันที “ไปกับผมแล้วอย่าส่งเสียงถ้าไม่อยากตาย” เธอหน้าซีดเผือกผมฉวยข้อมือเธอดึงไปที่รถอย่างไม่ยอมให้เสียเวลา กามูวิ ที่นั่งมองเห็นเหตุการณ์อยู่จึงสตาร์ทเครื่องรถ พอผมเปิดประตูหลังดันเด็กสาวเข้าไป แล้วนั่งเคียงข้างเท่านั้น เขาก็รีบออกรถ โดยที่ผมยังไม่ทันปิดประตูรถเลยด้วยซ้ำ “คุณจะพาฉันไปไหน” เด็กสาวถามเสียงสั่นอย่างหวาดกลัวใบหน้าสวยซีดเผือก เมื่อรถออกจากซอยไปสู่ถนนใหญ่ “ยังไม่รู้ อย่าถามเลย” “นี่เอาตัวฉันมาทำไม อย่าทำอะไรฉันเลย ปล่อยฉันเถอะ” “ถ้าเธออยู่เงียบๆ ทำตามคำสั่งผม รับรองว่าจะไม่ทำอะไรเธอแน่ พรุ่งนี้ผมจะปล่อยเธอกลับบ้านอย่างปลอดภัย ถ้าหากพ่อของเธอทำตามสัญญาที่ตกลงกันไว้” “สัญญาอะไรกัน แล้วทำไมฉันถึงต้องมาเกี่ยวข้องด้วย” “เธอไม่รู้หรอก เงียบเถอะ!” ผมแกล้งทำเสียงดุเข้าใส่ เธอเงียบไปทันทีเหมือนกัน “ไปไหนดี ชิมาดะ” “ยังไม่รู้ แต่อยู่เขตเราไม่ได้หรอก เลี่ยงไปหลบอยู่แถวบังกะโลชายทะเลดีกว่าปลอดภัยดี” กามูชิ จึงขับรถไปยังชายทะเลตามที่ผมบอก แล้วไปติดต่อเช่าพักบังกะโลหลังท้ายสุดให้ผมกับลูกสาวเจ้าพ่อเคียวจิ เข้าพัก เธอมีทีท่าหวาดกลัวตลอดแต่ไม่กล้าขัดขืนคำสั่ง เมื่อเห็นท่าทีเอาจริงเอาจังของผม กามูชิ จัดการเรื่องเบียร์อาหารมาให้พร้อมก่อนที่เขาจะนำรถแท๊กซี่ที่เช่าไปส่งคืน แล้วกลับบ้าน ปล่อยให้ผมอยู่กับเด็กสาวที่มารู้ชื่อในภายหลังว่า “นาซูมิ” ซึ่งคะเนอายุว่าไม่น่าจะเกิน20ปี อยู่กันตามลำพังเพียงสองคน คืนนั้นผมนั่งดื่มเบียร์มองดู นาซูมิ ที่นอนหันหลังให้ด้วยใจว้าวุ่น และคืนนี้ผมคงไม่กล้าหลับแน่ เพราะถ้าเธอฉวยโอกาสหลบหนี ผมเองจะลำบาก แต่ยิ่งดึกผมก็ยิ่งง่วง สุดท้ายก็ต้องตัดสินใจก้าวขึ้นเตียงล้มตัวลงนอน กอดร่างน้อยของเด็กสาวเอาไว้ ถ้าเผอหลับเธอขยับจะได้รู้สึก ร่างบอบบางของ นาซูมิ สั่นเทาทันที่ที่ถูกกอด และนั่นทำให้อารมณ์ของผมปั่นป่วนยิ่งขึ้น ใจจริงไม่อยากทำไรเลย แต่เมื่อเธอมาอยู่ในอ้อมกอดเช่นนี้ ก็ทนไม่ไหวต้องดึงตัวเธอนอนหงายด้วยหัวใจเรียกร้อง แล้วเลื่อนใบหน้าไปประกบปากจูบบด มือลูบคลึงเต้านมที่นอกเสื้ออย่างหื่นกระหายสวาท “ถอดเสื้อผ้าออก นาซูมิ” ผมผละปากออกคำสั่งด้วยฤทธิ์ตัณหาที่กำลังลุกโชน และต้องการจะปลดปล่อย และไม่มีอะไรจะสามารถขัดขวางผมได้อีกแล้วในเวลานี้ [?] เรื่องเสียวใกล้เคียง |
||||||||||
Copyright © 2010 เย็ดเข้ weblog - All Rights Reserved 199 queries. 2.151 seconds. |
||||||||||
ความเห็นล่าสุด