โดเรนเบะตอน2

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมก็ยังไม่ตื่น เพราะว่าผมตื่นมาประมาณ 11 โมง ผมก็ดูภาพอีนกผ่านจอเหมือนเดิม ก็ยังคงเห็นว่าอีนกยังหน้าระรื่นอยู่ ทันใดนั้นมีเสียงตามสายประกาศเรียกนางสาววXXXพX มาเซ็นรับจดหมายด่วนพิเศษจากบุรุษไปรษณีย์ได้ที่ห้องประชาสัมพันธ์ พออีนกไปรับของกลับมาแล้วมันยังไม่เข้าห้องเรียน มันก็ไปนั่งอยู่โต๊ะหินข้างล่างอาคารเรียนเปิดอ่านดูและก็ดูรูปแล้วมันก็หน้าซีด และวันนั้นทั้งวันมันก็ไม่เป็นอันเรียน จนถึงเวลาเลิกเรียน มันก็กลับเข้าห้องของมัน พร้อมกับลื้อข้าวของอย่างทุกซอก ทุกมุม อย่างกับคนบ้า ว่ามีกล้องซ่อนแอบถ่ายซ่อนอยู่ตรงไหน พร้อมกับบ่นใครมันมาแอบถ่ายกูช่วยตัวเองวะ มันรื้อค้นหา ข้าวของนานเป็นชั่วโมง พร้อมกับหน้าตาแบบอารมณ์เสียอย่างมากและก็บ่นพลางถอนใจว่า “เฮ้อ….หาไม่เจอ” และมันก็หยิบอ่านจดหมายพร้อมกับอ่านออกเสียง “ถ้าไม่อยากให้ภาพนี้เผยแพร่ทั่วมหาวิทยาลัยของมึง มายอมให้กูเอาควยกระแทกหีซะดี ๆ ลงชื่อ…คนที่คุณก็รู้ว่าใคร” อีนกก็พูดลอย ๆ ว่า คนที่คุณก็รู้ว่าใคร โวลเดอมอร์หรือ? ไม่น่าจะใช่ เพราะนั่นมันนวนิยายระดับโลกของป้า JK หรือว่าคนที่เราไม่ได้เล่นด้วย ตอนที่เขามาจีบเรา มันก็หยิบกระดาษและก็มาเขียนไล่ชื่อคนที่เคยมาจีบมัน จิ๊บ ต้น พล หมวด จอม ไกร ฟิวส์ ต้า และมันก็โทรหาทีล่ะคน ว่าได้ส่งอะไรมาให้นกหรือเปล่า จนกระทั่งอีนกก็โทรมาหาตัวผม ฮัลโหลต้าหรือ ต้าส่งอะไรมาให้นกหรือเปล่า ผมก็ถามมันว่าส่งอะไรหรือ? มันก็บอกส่งจดหมายพร้อมกับรูปถ่ายมาทางไปรษณีย์ EMS ผมก็ถามมันต่อว่าแล้วทำไมโทรมาถามผม ทำไมไม่โทรไปที่ไปรษณีย์ล่ะว่า EMS ฉบับนี้มาจากไหน อีนกก็บอกว่าไปรษณีย์เขาคงจะไม่มีเวลาว่างพอที่จะมาใส่ใจกับเรื่องไร้สาระหรอก แล้วนกจะให้เราช่วยอะไรหรือเปล่า อีนกก็บอกว่า นกก็แค่อยากจะรู้ว่าใครส่งมา ผมก็ถามว่าแล้วจดหมายมันเขียนอะไรและรูปเป็นรูปอะไรเหรอ นกถึงร้อนใจขนาดนี้ นกก็บอกว่าใครก็ไม่รู้ว่าแอบถ่ายนกเปลือยกาย และจดหมายก็บอกว่ายอมให้นกมีเซ็กซ์กับเขา ผมก็ถามต่อว่าแล้วเขาคนนั้น น่ะใคร อีนกก็บอกว่าลงชื่อว่า “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร” ผมก็ถามว่าแล้วมันใครกันวะจะรู้ไหมเนี่ย เอางี้ก็แล้วกันผมก็ไม่อยากจะปิดบังอะไร คนที่ส่ง “เราเองแหละ” อีนกพอรู้ว่าผมเป็นคนทำมันรัวคำถามมาเป็นชุด ว่าทำได้ไง ทำทำไม แล้วจะไปติดประจานจริง ๆ หรือต้า ผมก็บอกว่านกก็รู้ว่าทำอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้น จงรีบคิดและหาคำตอบภายในคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าก็โทรบอกคำตอบให้กับผมว่าจะยอมหรือไม่ยอม ตอนนี้เวลา 6 โมงเย็น มีเวลาอีก 13 ชั่วโมงโดยประมาณ อย่าคิดจะไปแจ้งตำรวจนะ ถ้าแจ้งนกก็ทำอะไรไม่ได้หรอกเพราะว่าพ่อเรารวยเอาเศษเงินเป็นค่าน้ำร้อน น้ำชานิดหน่อยก็ไม่มีอะไรแล้ว ไม่มีอะไรแล้วนะค๊ะที่รัก คิดให้ดี สวัสดีจ้ะ พอผมวางโทรศัพท์เสร็จก็มาดูกล้องวีดีโอติดตามตัว ก็เห็นอีนกท่าทางมันจะเครียดมาก สักพักผมก็เห็นว่าอีเพื่อนบ้านนอกของมัน 2 ตัวกลับมาแล้ว เพื่อนมันซื้อผลไม้มาให้มันด้วย มันไม่กิน มันบอกว่ามันไม่ค่อยสบาย แล้วมันก็อาบน้ำนอน

วันรุ่งขึ้น เวลาประมาณ 8 โมงเช้า เคารพธงชาติ เป็นไปตามที่ผมคาดคิด กริ๊ง…. กริ๊ง…. กริ๊ง…. กริ๊ง…. ผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสียงอีนกแลบมาเลย ต้านี่นกเองนะ ผมก็บอกว่า “เออ หูไม่ได้หนวก” นกก็บอกว่าเรื่องที่คุยเมื่อวานเอาเป็นว่านกตกลง แต่ต้าต้องเอาเงินให้นกใช้ด้วยนะ ถือว่าเป็นค่าเหนื่อยของนกแล้วกัน ผมก็ถามมันว่าต้องการเท่าไหร่เหรอ มันบอก 10,000 บาท ผมก็บอกมันว่า 10,000 บาท เอาได้ไม่อั้นจนกว่าผมจะเบื่อ และที่สำคัญถ้าเราเบื่อเมื่อไหร่ก็ห้ามมาตอแยเรา ถ้าตอแยเราเมื่อไหร่เราก็จะเอาภาพของนกไปเผยแพร่ ผมก็ถามนกว่า นกพร้อมที่จะให้เอาได้เมื่อไหร่ นกบอกตอนนี้เมนส์มาอยู่ อีก 4 วันได้ไหม ผมก็เออแล้วอย่าลืมแต่งตัวให้ยั่ว ๆ เหมือนอีตัวด้วยล่ะ หาจีสตริงมาใส่ด้วยนะผมชอบสีดำ วันไหนพร้อมแล้วก็โทรบอกก่อน แล้วผมจะไปรับถึงห้องเลย เอาน้ำหอมฉีดตรงหอยด้วยนะจะได้หอม ๆ

ระหว่างวันที่ผมรอคอย 4 วัน ผมก็ใช้ของวิเศษจากหมวกโดเบะไปพลาง ๆ พอคุยกับอีนกเสร็จแล้ว ผมก็มองนาฬิกาบัดนี้เป็นเวลา 8 โมงครึ่ง คิดว่าจะออกจากบ้านไปส่องหญิงที่มหาวิทยาลัยไหนในฝั่งพระนครก็ได้ ยกเว้นมหาวิทยาลัยของอีนกที่อยู่ฝั่งธนฯ ที่ผมบอกว่ามหาวิทยาลัยอะไรก็ได้เนื่องจาก ไปที่ไหนก็มีแต่นักศึกษาสวย ๆ ใส่เสื้อบางรัดนมปลิ้น กระโปรงสั้นรัด ก่อนออกจากบ้านก็ไม่ลืมที่จะหยิบ Digital Camera ออกมา ขณะผมกำลังจะก้าวพ้นอณาเขตบ้านที่มีพื้นที่ 1 ไร่ ไอ้โดเบะตะโกนแหกปากเรียกผมลั่นบ้านผมเลย ตอนแรกนึกว่าแก๊สรั่ว ไฟไหม้ หรือตัวเหี้ยเลื้อยเข้าบ้าน โดเบะก็วิ่งกระหืดกระหอบ มาที่ประตูบ้านของผม พร้อมกับบอกผมว่า “นายท่าน เอากล้องดิจิตอลไปส่องหญิง มันไม่เหมาะสมนะ” ผมยัวะในทันทีทันใด เฮ้ยไอ้โดเบะ มึงสั่งสอนกูเหรอ ” โดเบะมิบังอาจหรอก เพียงแต่โดเบะมีของที่จะแนะนำ มันก็เอามือ ถอดหมวกออกมา พร้อมกับยื่นมือลงไป “กล้องหกทิศทาง โดเบะจั๊ด…ให้” กล้องนี้คุณสมบัติเหมือนกล้องดิจิตอลที่นายท่านใช้อยู่ทุกประการ บันทึกภาพด้วย Memory Card 128 MB มีพอร์ตเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เหมือนกันทุกประการ แต่สิ่งที่ไม่เหมือนนั่นก็คือ ถ่ายภาพทีเดียวสามารถได้ภาพ 6 ภาพ 6 ทิศทาง เช่น ถ้าถ่ายภาพคนก็จะได้มุมภาพดังนี้ ภาพที่ 1 เป็นภาพด้านหน้า ภาพที่ 2 เป็นภาพด้านหลัง ภาพที่ 3 เป็นภาพที่ถ่ายจากข้างซ้าย ภาพที่ 4 เป็นภาพที่ถ่ายจากข้างขวา ภาพที่ 5 เป็นภาพที่ถ่ายจากด้านบน ภาพที่ 6 จะเป็นภาพที่ถ่ายจากด้านใต้ คือถ้านายท่านอยากจะถ่ายภาพนักศึกษาหญิงว่าสไตล์การใส่เสื้อในเป็นอย่างไร ก็ไม่ต้องเดินอ้อมไปข้างหลัง หรือไม่นายท่านอยากจะถ่ายกางเกงในของนักศึกษาหญิง ก็ไม่ต้องลำบากนำกล้องใส่ถุงกระดาษแล้วออกไปยื่นใต้กระโปรงหรอก เพราะว่าใช้กล้องอันนี้ ถ่ายจากด้านหน้า แค่ 1 ครั้งเท่านั้น ก็ได้ครบ 6 มุม และฟังก์ชั่นพิเศษที่สุดสำหรับกล้องนี้นั่นก็คือ เมื่อได้ภาพแล้วถ้าเรายังอยากเห็นแบบเอียงซ้าย-ขวา เฉียงขึ้น-ลง เพื่อที่จะเน้นส่วนสำคัญก็ได้นะ เช่น ถ่ายภาพจากด้านซ้ายของนักศึกษา เราอยากจะเห็นร่องกระดุม แต่เผอิญว่าด้านซ้ายที่เราถ่ายนั้นเห็นไม่ชัด ก็ปรับทิศทางได้ และก็มาซูมเข้าไปได้อีก โดยทั้งหมดที่กล่าวมานี้ต้องทำกับเครื่องรับภาพของกล้องวิดิโอติดตามตัว ที่โดเบะให้นายท่านใช้เมื่อวานไง และสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ ข้อเสียของมันก็คือไม่มีจอภาพเล็ก ๆ ไว้สำหรับดูภาพ ถ้าเวลาถ่ายภาพก็ให้เล็งเหมือนกล้องใช้ฟิล์มทั่ว ๆ ไป ผมก็ตบหัวไอ้โดเบะมันเบา ๆ สักที ขอบใจนะ แล้วผมก็ตะโกนไปยังร้านป้าส้มตำที่อยู่เยื้อง ๆ กับบ้านผม ผมบอกกับป้าขายส้มตำว่า “ป้าเดี๋ยวดูแลไอ้โดเบะด้วยนะ ทำส้มตำปูปลาร้าที่อร่อยสุดฝีมือเลยนะ” พอพูดกับป้าขายส้มตำเสร็จ ผมก็บอกไอ้โดเบะว่า “เพื่อเป็นการตอบแทน ที่ให้ยืมของวิเศษ ไปกินส้มตำที่ร้านป้าไป กินได้ไม่อั้น” พอผมรับกล้องมาจากไอ้โดเบะแล้วก็เดินไปเรียก TAXI เพื่อไป มหาวิทยาลัยมีชื่อ ที่อยู่บนถนนวิภาวดี-รังสิต ขณะนั่งรถไปจากพระประแดง ไปมหาวิทยาลัยมีชื่อที่ผมจะไป ก็ต้องขึ้นทางด่วน ขณะนี้เวลา 9 โมง รถบนทางด่วนพระราม 9 ตั้งแต่ด่านสุขสวัสดิ์ติดชิ๊บหาย อย่างนี้แม่งไม่ได้เรียกว่าทางด่วนแล้วมึง มันต้องเรียกว่าทางกระดึ๊บ กระดึ๊บ ช่วงที่จะขึ้นบนสะพานแขวนพระราม 9 ติดชิ๊บหายเลย ถ้าคนที่ขับรถขึ้นทางด่วนนี้ไม่ชำนาญ หรือเบรกรถไม่มีประสิทธิภาพ มีหวังแม่งรถไหลไปชนคันข้างหลังแน่ แต่พอพ้นสะพานแขวนแม่งก็ไม่เห็นว่ามันจะติดเหี้ยอะไรกันเลย พอมาถึงทางแยกที่จะไปคลองเตยบางนา, พระราม 4, ดินแดง แม่งก็ติดกันเป็นพรวนอีกแล้ว แต่อันนี้กูรู้ว่ามันติดเพราะอะไร เลนที่ 1 และ 2 นับจากทางซ้ายมือ ช่องทางสำหรับรถที่ประสงค์จะไปบางนาและคลองเตย เลนที่ 3 ช่องทางสำหรับรถที่ประสงค์จะไปพระราม 4 ส่วนเลนที่ 4 สำหรับรถที่จะไปดินแดงที่ต้องขึ้นสะพานสูง ๆ แต่นิสัยคนขับรถแม่งพอขับไปถึงช่องทางที่ 3 และ 4 ก็เอารถของเลี้ยวขอทางที่จะไปคลองเตย บางนา แม่งอย่างนี้เมื่อไหร่คนที่ขับรถในกรุงเทพฯมันจะ มีระเบียบวินัยสักที กูคิดว่ากูจะจัดการปัญหาจราจรด้วยตัวกูเอง กูขี้เกียจรอผู้ว่าฯ แล้ว กูรอมาตั้งแต่ก็เป็นเด็กจนปัจจุบันอายุจะ 21 แล้ว เดี๋ยวกลับไปจะให้ไอ้โดเบะเอาโทรศัพท์ตามสั่งมาใช้ดีกว่า เดี๋ยวผมก็จะเล่าเกี่ยวกับโทรศัพท์ตามสั่ง

บัดนี้เวลา 11 โมงกว่าจะถึงมหาวิทยาลัยมีชื่อบนถนนวิภาวดี-รังสิต พอเปิดประตูรถและก็ลงไปเพื่อเดินเข้าสู่มหาวิทยาลัย มีอยู่สถานที่แรกและสถานที่เดียวที่จะได้เห็นภาพกีฬามัน ๆ ของพวกนักศึกษาสาว ๆ สวย ๆ น่าฉุดมากระทำชำเรา นั่นก็คือ โรงอาหาร ผมก็ไม่เคยมาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผมก็เลยไม่รู้ว่าโรงอาหารมันอยู่แห่งหนตำบลใด ผมก็เลยมามองที่แผนผังมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทันใดนั้นผมสัญชาตญาณความหื่นกามของผมก็บอกว่ามีผู้หญิงน่ารัก ๆ คนหนึ่งกำลังเดินมาทางผม “โทษนะคะ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้พิงค์กี้ช่วยไหมคะ (เอ สงสัยกูจะทำตัวเห่ยเฟยมากเกินไปสิวะ นักศึกษาสาวคนที่ชื่อพิงค์กี้ คงจะคิดว่า ใครมันมายืนทำเซ่ออยู่หน้าบอร์ดแผนผัง) ผมก็มองเห็นพิงค์กี้ เป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไม่สูงมากน่าจะประมาณ 154 เซ็นติเมตร หน้าตาก็เป็นแบบพิมพ์นิยมเป็นแบบที่ส่วนมากนักศึกษามหาวิทยาลัยผู้หญิงจะมีใบหน้าแบบนี้ ใส่เหล็กดัดฟัน ผิวขาว อวบ สูง แต่การแต่งตัวของมหาวิทยาลัยนี้ก็ขึ้นชื่ออยู่แล้ว “กระโปรงไม่สั้น เสื้อไม่รัด เราไม่รับ” พิงค์กี้ใส่เสื้อนักศึกษาที่รัดรูปและบางมาก จนแทบจะเห็นหมดเลย ว่าอีดัดฟันเนี่ยใส่ลูกไม้สีครีมด้วย นมนี่ก็โคตรใหญ่ คิดว่าคงจะประมาณ 36 ได้ แถมยังมีช่องโหว่ตรงกระดุมอย่างชัดเจนว่าพิงค์กี้ใส่เสื้อในสีอะไร ยิ่งเป็นการตอกย้ำความจริงมากขึ้นว่าพิงค์กี้นั้นใส่สีครีม เวลายืนแทนที่จะยืนตรง ๆ แต่พิงค์กี้ไม่ กลับยืนแอ่นนมอีก “เออน้องครับ พี่ชื่อต้า ทำงานอยู่แถวนี้แหละ พอดีว่าพี่มาทำธุระแถวนี้ตั้งแต่เช้าแล้ว ตอนนี้มันใกล้เที่ยงแล้วพี่กำลังจะหาที่ทานเข้ากลางวัน” “เหรอคะ เอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวพิงค์กี้จะอาสาเป็นผู้นำไปที่โรงอาหารก็แล้วกัน แล้วผมก็ให้พิงค์กี้เดินนำหน้า ส่วนผมก็เดินตามหลังพิงค์กี้ แต่จะว่าไปน่าจะเรียกว่าเดินตามก้น เดินตามพิงค์กี้ไปควยผมก็โด่ไป เพราะว่าพิงค์กี้ใหญ่มาก ขนาดน่าจะประมาณ 35-36 นิ้วได้ แต่ผมก็เหลือบขึ้นมามองด้านบนตรงแผ่นหลัง ก็จะเห็นว่าด้านหลังมีสายเสื้อใน อยู่หนึ่งแถบแต่อยู่ด้านแนวนอน นั่นก็แสดงว่าพิงค์กี้ใส่เสื้อในแบบมีสายคล้องคอ (ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเดี๋ยวนี้นิยมใส่แบบนี้กันมาก อีพวกนมใหญ่ ๆ ยาน ๆ ไม่กลัวที่จะปวดคอหรือไงกัน เด็กสมัยนี้) ผมเดินตามพิงค์กี้ตามก็จ้องมองก้นพิงค์กี้ ผมจ้องเหมือนโดนมนต์สะกด จนไม่สามารถรู้ตัวได้เลยว่าถึงโรงอาหารแล้ว พิงค์กี้หยุดเดิน แต่ตัวผมที่โดนอำนาจมนต์สะกดของก้นพิงค์กี้ด้วยแล้วทำให้ไม่รู้เลยว่าพิงค์กี้หยุดเดินตอนไหน ทำให้ตัวผมชนเอาพิงค์กี้ด้านหลังอย่างเต็ม ๆ และที่สำคัญควยอันแข็งโด่ของผมก็ชนก้นพิงค์กี้อย่างแรง และการที่ผมเดินชนพิงค์กี้อย่างแรงนั้นทำให้พิงค์กี้เซจนเกือบจะล้มไปทางด้านหน้า ดีนะที่ผมคว้าตัวของพิงค์กี้ไว้ได้ทันทำให้พิงค์กี้ไม่ล้ม แต่ผมคว้าตรงส่วนไหนไม่คว้า เสือกไปคว้าเอาตรงนมคู่งามทั้ง 2 เต้า ผมกำไปเต็มมือเลย มันช่างนุ่มนวล นิ่มละไม สุดแสนจะสุดบรรยาย ท่านผู้อ่านที่เคยขยำนมผู้หญิงใหญ่ ๆ ก็คงจะทราบความรู้สึกดี พอคว้าตัวจนพิงค์กี้ไม่ล้มและก็ยืนได้ที่แล้ว พิงค์กี้ก็ไม่ได้ว่าเรื่องที่ผมเอาควยชนก้น แต่ก็บอกว่า เชิงงอนนิด ๆ ว่า “พี่ต้าก็ทำไมไม่คว้าแขน จับแขนของพิงค์กี้ล่ะ พิงค์กี้อายคนอื่น ๆ นะ” ผมก็บอกไปว่าพี่ขอโทษ พี่เกรงว่าถ้าพิงค์กี้ล้มไปทางด้านหน้าอย่างนี้จะเสียโฉมเอา เดี๋ยวหน้าสวย ๆ จะไปกระแทกพื้น พี่เป็นห่วงจริง ๆ นะ (ตอนนั้นเวลาประมาณ 11 โมงใกล้จะครึ่งแล้ว นักศึกษาที่โรงอาหารจึงยังมีไม่ค่อยมาก แต่ถ้าเป็นเวลาเที่ยงล่ะ มึงเอ๊ย น้องพิงค์กี้คงจะอายแทบขุดรูแทรกแผ่นดินหนีเลยล่ะ) พิงค์กี้ก็พาผมไปนั่งที่โรงอาหาร ผมก็บอกว่าเอาเป็นว่ามื้อเที่ยงวันนี้พี่ต้าจะเลี้ยงข้าวเพื่อเป็นการขอโทษ ที่พี่ทำให้น้องพิงค์กี้เขินอายนิดหน่อย และผมก็ให้พิงค์กี้ช่วยแนะนำด้วยว่า มีร้านไหนรสชาติอร่อยบ้าง เมื่อซื้ออาหารแล้วมานั่งที่โต๊ะ คุยไปกินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งกินเสร็จ ผมก็ถามว่าพิงค์กี้จะขึ้นเรียนตอนกี่โมง ค๊ะ พิงค์กี้บอกว่าตอนที่พิงค์กี้เจอพี่ที่ด้านหน้าบอร์ดแผนผังหน้า มหาวิทยาลัย พิงค์กี้กำลังจะกลับบ้าน อ้าวอย่างนี้พี่ทำให้น้องพิงค์กี้ที่แสนจะน่ารักเสียเวลาหรือเปล่าค๊ะ (นั่นข้าพกูปั้นหม้ออีกแล้ว) แล้วน้องพิงค์กี้อยู่ไกลหรือเปล่าแล้วจะรีบกลับบ้านไหมค๊ะ พิงค์กี้อยู่ตรงสาทรค่ะ พิงค์กี้ก็ไม่ได้รีบกลับบ้านหรอกค่ะ ถ้าไม่พี่อยากจะชวนน้องพิงค์กี้ไปสวนลุมพินีกัน สวนลุมฯก็อยู่ติดกับสาทรนะค๊ะ เดินเล่นเสร็จแล้วก็จะได้กลับบ้านได้เลย พี่ต้าชวนหนูไปเดินเล่นสวนลุมฯตอนกลางวันหนูก็ยินดีที่จะไปกับพี่ แต่ถ้าพี่ชวนหนูไปเดินเล่นที่สวนลุมตอนกลางคืน หนูไม่ไปด้วยหรอก เดี๋ยวเขาจะคิดว่าหนูเป็นไก่และเดี๋ยวพวกกรมปศุสัตว์ก็จะมาจับไก่ไปตรวจเชื้อไข้หวัดนกล่ะ หนูคงไม่ได้กลับบ้านแน่เลย เพราะหนูคงจะโดนมาตรการห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ปีก (ไอ้เด็กคนนี้ท่าทางมันจะรู้มากจริง ๆ จริตก็เยอะเวลาพูด หรือท่าทางมันคงจะลืมเรื่องที่ผมเอาควยกระแทกตูดมันและก็เอามือคว้านมมันทั้ง 2 เต้าแล้ว) และแล้วผมกับพิงค์กี้ที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็เริ่มเดินทางจาก ถนนวิภาวดีรังสิต โดยขึ้นรถเมล์ไปลงอนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิ และก็ต่อสาย 14, 17, 74, 77 สายไหนก็ได้เพราะมันไปสวนลุมพินีได้ทั้งนั้นแหละ ขณะที่นั่งไปก็ทำความสนิทสนมกันมากขึ้นแลกเปลี่ยนเบอร์โทรกัน โดนถูกเนื้อตัวกันนิดหน่อย จับมือถือแขนหยอกล้อเล่นกันตามภาษา จนมาถึงสวนลุมเวลา 14:00 น. (แดดโคตรร้อนเลย) ก็เช่าเรือถีบ 30 บาท/ครึ่งชั่วโมง ถีบวนไปเรื่อย ๆ คุยกันไป จนหมดเวลา 30 นาที ตอนอยู่ในเรือถีบก็คุยไปเรื่อย ๆ คือคุยให้เกิดความสนิทสนมไปเรื่อย ๆ ไม่ได้มีอะไรเป็นสาระสำคัญ ระหว่างเดินจะไปหาที่นั่งก็ถือโอกาสเดินจับมือกันดู (ดูซิว่าพิงค์กี้ จะมีปฏิกิริยาอะไรหรือเปล่า) ปรากฎว่าเปล่าดูเหมือนจะตายด้านมากที่โดนจับมือ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร วันนี้ที่จริงกะจะไปส่องหญิงด้วยกล้องของไอ้โดเบะ ทำไปทำมากูอดส่องหญิงเลย เอาวะวันนี้ส่องพิงค์กี้คนนี้แหละวะ เราทั้งสองคนก็เดินมาจนถึงมุม ๆ หนึ่งของสวนลุมที่ค่อนข้างจะร่มรื่นมาก ผมก็ขอถ่ายรูปพิงค์กี้ในทุก ๆ อิริยาบทเลยแหละ พิงค์กี้ดูท่าทางจะตอบสนองความต้องการ(ด้านกาม) ทั้งแอ่นนม เสื้อแม่งก็บางอยู่แล้ว เสื้อในลูกไม้สีครีมก็ดูเหมือนจะบางด้วย เห็นหัวนมของพิงค์กี้ดันขึ้นมาเป็นเม็ดเล็ก ๆ เลยเห็นแล้วโคตรเงี่ยนเลยว่า อีกทั้งแอ่นก้นอีก กระโปรงที่ว่าสั้นแล้ว รัดแนบตัวแล้วเห็นปรากฎออกมาเป็นรอยกางเกงในเลยแหละ ผมเพลินมากเลยจนดูเวลาแล้วก็ประมาณ 5 โมงเย็นแล้ว (ผมก็ถ่ายภาพจนควยลุกควยโด่ไปจนปวดหัว(ล่าง)ไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่ากินยาพาราเซตามอลจะหายหรือเปล่า) ผมก็บอกว่าพิงค์กี้คะ นี่ก็จะเย็นแล้วจะกลับบ้านหรือยังคะ เดี๋ยวทางบ้านเป็นห่วงนะ อืมพิงค์กี้ก็ว่า ดีเหมือนกันค่ะ พิงค์กี้ก็ได้สร้างความประหลาดใจกับผมอีกแล้วโดยการ เข้ามากอดที่แขนผม “พี่ต้าคะ เดี๋ยวเดินไปส่งพิงค์กี้ด้วยนะคะ พิงค์กี้อยู่ตรงสาทรซอย 1 นี่เองค่ะ” พิงค์กี้เล่นกอดซะแน่นเลย นมทั้ง 2 เต้าก็บดอยู่กับแขนผมประมาณ 10 วินาที ทำเอาผมแทบพูดอะไรไม่ออก ผมก็บอกพิงค์กี้ว่า เราอยู่ในชุดนักศึกษาจะเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม เราเป็นผู้หญิงเดี๋ยวเขาจะมองภาพลักษณ์เราไม่ดี และพิงค์กี้ก็ค่อย ๆ เอามือออก แต่ผมในใจ ตะโกนอย่างเต็มที่ว่าพิงค์กี้จะกอดนาน ๆ เลยก็ได้พี่ชอบ แต่เราต้องแสดงให้คนภายนอกว่าเราเป็นคนดี ไม่ฉวยโอกาส และผมก็เดินไปส่งพิงค์กี้ โดยบอกกับพิงค์กี้ว่าถ้าล้างรูปเสร็จแล้วก็จะโทรบอกแล้วกันนะค๊ะคนดี พอถึงปากซอยบ้านพิงค์กี้ ผมก็ถามว่าอยู่กับใครหรือค๊ะ “พิงค์กี้ก็อยู่กับพ่อและแม่ค่ะ เดี๋ยวก็คงกลับมาแล้วค่ะ” ผมก็คิดว่าต้องขอตัวกลับแล้ว คิดว่าพิงค์กี้จะเอาก็เอาได้ ดูท่าทางร่าน ๆ ไงชอบกลก็ไม่รู้ แต่ผมยังไม่เอาหรอก เพราะคิดว่ายังไงก็ได้เอาเพราะดูท่าทางมันมีใจให้พอสมควร ขนาดจับมือถือแขน และตัวพิงค์กี้ก็กอดแขนผมโดยเอานมทั้ง 2 เต้าเข้ามาบดกับแขน แต่ผมต้องเก็บแรงไว้ถล่มหีอีนกให้สมกับการรอคอย และก่อนที่จะถึงซอยย่อยเข้าบ้านพิงค์กี้ผมก็บอกกับพิงค์กี้ “วันนี้พี่ต้องขอบคุณพิงค์กี้มากเลย ที่มาเที่ยวเป็นเพื่อนพี่ พี่จะกลับแล้วนะ แล้วพี่จะโทรมาคุยด้วย” พอพูดเสร็จผมก็บอกกับพิงค์กี้ว่า “ขออนุญาตกอดหน่อยนะ เดี๋ยวไม่ได้เจอหลายวันคิดถึงแย่เลย” ได้ค่ะ เมื่อกี๊พิงค์กี้กอดพี่ต้าพิงค์กี้ไม่ได้ขออนุญาตเลย ผมก็เลยดึงพิงค์กี้เข้ามากอด นมทั้งสองเต้ามาชนกับอกผมอย่างจังเลย ผมก็กอดไม่ถึง 7 วินาทีหรอกเดี๋ยวคนแถวบ้านพิงค์กี้จะเห็น แล้วจะเอาไปบอกพ่อแม่ของพิงค์กี้ได้ เมื่อกอดเสร็จพิงค์กี้ก็บอกข้างหูผมว่า “อย่าลืมโทรมาหานะคะ ที่รัก” ผมล่ะงงเลย ตกลงมันจะมาไม้ไหนกันวะ และผมก็ขอตัวกลับบ้านจริง ๆ แล้ว ออกมาริมถนนสาทรรถโคตรติดเลยเลย ถนนสาทรตอนเช้าและเย็น เปรียบเสมือนวิบากกรรมของคนเมืองกรุง ที่จะต้องออกมาฟันฝ่าหาทางไปทำงานและก็กลับบ้าน คราวนี้ผมก็ขึ้น TAXI เวลาประมาณ 6 โมงเย็น กว่าจะมาถึงเคหะสถาน ณ อำเภอเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ก็ปาเข้าไป 2 ทุ่ม 45 แม่งประเทศไทย กูโคตร I love you. จริง ๆ

มาถึงบ้านผมก็นึกถึงไอ้โดเบะ มันไปอยู่ไหนวะ ทำไมไม่เปิดไฟหน้าบ้าน ผมก็เดินเข้าไป โอ้โห ไอ้โดเบะเพื่อนกูมันจกส้มตำจนพุงกางแล้วก็มานอนขึ้นอืดที่เก้าอี้รับแขกหน้าบ้านเนี่ยนะ กูล่ะประทับใจจริง ๆ กินแล้วก็นอน ผมก็ปลุกมัน เพื่อที่จะให้มันเข้าบ้าน “โดเบะ ตื่นได้แล้ว ร้านส้มตำเปิดแล้วนะ” มันรีบลุกขึ้นมาทันทีเลย ไหน ๆ เปิดแล้วหรือโดเบะไปกินก่อนนะ มันก็เตรียมที่จะวิ่งไปโดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าตอนนี้ตอนกลางคืน ผมก็เรียกไอ้โดเบะ “โดเบะเข้าบ้านได้แล้ว เรากลับมาแล้ว” อ้าวนายท่านหลอกโดเบะ และมันก็ทำหน้าจ๋อย และคืนนั้นผมก็ยังไม่ได้พูดเรื่องที่ผมใช้กล้องของไอ้โดเบะ หรือว่าเรื่องโทรศัพท์ตามสั่ง เพราะว่าคืนนั้นผมก็หาอะไรกินนิดหน่อยและก็โทรไปหาน้องพิงค์กี้ (ต้องรีบทำคะแนนให้มากเข้าไว้ เดี๋ยวคะแนนไม่ถึงอดเอา) กริ๊ง…………………..ง กริ๊ง…………………..ง กริ๊ง…………………..ง ฮัลโหลพิงค์กี้พูดค่ะ พิงค์กี้จ๋า พี่ต้าเอง พี่รบกวนเวลาน้องพิงค์กี้หรือเปล่าเนี่ย ไม่หรอกค่ะตอนนี้ก็กำลังทำรายงานทั่ว ๆ ไปอยู่ ที่พี่โทรมาเนี่ย พี่อยากจะพูดกับพิงค์กี้สัก 2-3 ประโยค “คิดถึงพิงค์กี้จัง หลับฝันดีแล้วกันนะเจ้าหญิงของพี่ พี่จะคิดถึงพิงค์กี้ตลอดเวลาเลย” พิงค์กี้ก็บอกว่าฝันดีค่ะที่รักของพิงค์กี้ ผมก็บอกว่า “งั้นพี่ไม่รบกวนแล้ว พิงค์กี้ทำรายงานต่อก็แล้วกันนะ ถ้ามีอะไรให้ช่วยได้ก็จะช่วย สวัสดีครับ (วางโทรศัพท์) และผมก็กะว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยดูรูปที่ถ่ายพิงค์กี้ก็แล้วกัน (หลับ) Z…………. Z………………

(เหลืออีก 3 วันที่จะได้ถล่มหี อีนกแล้ว) วันต่อมาก็เอาภาพที่ถ่ายจากกล้องหกทิศทางของโดเบะ ไปต่อเข้ากับเครื่องรับสัญญาณภาพ ผมก็โหลดภาพจากกล้องเข้าเครื่องรับสัญญาณภาพ ผมก็ดูภาพแล้ว ผมถ่ายภาพได้เกือบ 29 ภาพ โอ้โหเฮ้ย กล้องหกทิศทางของไอ้โดเบะประสิทธิภาพมันเหลือหลายจริง ๆ ทุก ๆ ภาพที่ผมถ่ายพิงค์กี้ท่ายืน ทำให้ผมสามารถเห็นกางเกงในของหนูพิงค์กี้ได้อย่างชัดเจนว่ามีสีชมพู ลูกไม้บาง ๆ มีขนแพลม ๆ นิดหน่อย (สีชมพู สมกับชื่อเลยว่ะ) ส่วนภาพที่เป็นมุมกล้องจากด้านหลัง ก็ทำให้เห็นเอวอันขอดกิ่ว ก้นที่ยิ่งใหญ่ ส่วนภาพที่เป็นมุมกล้องด้านหน้าก็จะทำให้เห็น ใบหน้าอันใสกิ๊งของพิงค์กี้ที่ชัดเจนไปถึงรูขุมขนเล็ก ๆ บนใบหน้า พอมาถึงมุมกล้องทางด้านซ้ายผมก็ไม่ต้องปรับทิศทางตรงมุมกล้องใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะว่าเสื้อของพิงค์กี้มีช่องโหว่ตรงกระดุมใหญ่พอ ๆ กับลูกปิงปองเลย ผมก็ทดเอาไว้ในใจว่า สักวันหนึ่งกูต้องได้เชยชมเรือนร่างพิงค์กี้อย่างแน่นอน แต่ถ้าผมอยากเห็นหีหรือว่านมของพิงค์กี้นั้นผมก็สามารถทำได้ ทำแบบเดียวอย่างที่ทำกับอีนก แต่ว่าผมไม่ เพราะว่าพิงค์กี้ดูท่าทางจะเป็นคนดีกว่าอีนก ไม่หยิ่ง เชิดใส่ ส่วนอีนกมันเชิดใส่ผมเป็นสิบเลย ทั้งที่รู้จักกันมา 2-3 ปี อูยส์… กูเลิกดูดีกว่า ขืนดูต่อไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวกูก็เปลืองน้ำว่าวอีก ต้องเก็บไว้แตกในหีอีนก พอผมเลิกดูภาพที่ผมไปถ่ายมา ผมจะเรียกไอ้โดเบะ ว่ามันอยู่ไหน แต่คิดไปคิดมา ไม่เรียกดีกว่า เพราะว่ายังไง ๆ ตอนนี้มันก็จกส้มตำปูปลาร้าเหมือนเคย ผมก็เดินไปร้านส้มตำที่อยู่หน้าบ้าน และก็บอกไอ้โดเบะว่า เข้าบ้านก่อนแล้วค่อยออกมากินต่ออีกทีก็แล้วกัน

พอโดเบะมันเข้ามาภายในบ้านแล้ว มันก็ถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือนายท่าน กำลังแซบอยู่เลย ผมก็บอกว่าเมื่อวานนี้ “ตอนที่เราเดินทางไปส่องหญิง เราขึ้นทางด่วน โคตรหงุดหงิดมาก ๆ เลยกับไอ้พวกขับรถไม่มีระเบียบวินัย ช่วยเอาโทรศัพท์ตามสั่งออกมาหน่อยสิ “โทรศัพท์ตามสั่ง โดเบะจั๊ด…ให้” พอโทรศัพท์ตามสั่งของโดเบะมันปรากฎตรงหน้า ผมว่ารูปร่างโทรศัพท์ตามสั่ง ไม่ค่อยเหมือนของโดราเอมอนเท่าไหร่ เพราะว่าของโดราเอมอนมันจะเป็นตู้โทรศัพท์ แต่ของโดเบะมันเป็นโทรศัพท์มือถือ NOKIA 8910i ผมก็ถามโดเบะว่า “เฮ้ย! นี่มัน NOKIA 8910i นะโว๊ย” โดเบะมันก็ตอบได้อย่างกวนพระบาทาที่สุด “ถูกต้องนะคร้าบ…… นายตาไม่บอดนี่ วิวัฒนาการมันเปลี่ยนไป เราก็ต้องเปลี่ยนแปลง” เออ ๆ มันจะหน้าตาอย่างไรก็ช่าง ถ้ามันใช้งานได้ก็ไม่มีปัญหา แล้ววิธีใช้ ๆ อย่างไร นายท่านก็ต้องเปิดเครื่องก่อนแล้วก็กดรหัสผ่านก่อนถึงจะเข้าระบบการโทรแบบตามสั่งได้ นั่นก็คือ *#92702689# เสร็จแล้วก็จะเจอรายการข้อมูลเครื่องต่าง ๆ หมายเลขเครื่อง, เดือนและปีที่ผลิต วันที่ซื้อ วันที่ซ่อม ชั่วโมงการใช้งาน และรายการสุดท้ายจะมีข้อความ Order ซึ่ง NOKIA ทั่ว ๆ ไปจะไม่มีรายการ Order แต่เพราะนี่มันเป็นโทรศัพท์ตามสั่งเท่านั้น เมือเลือกรายการ Order แล้วก็กดโทรออกแล้วก็จะเจอกับระบบตอบรับอัตโนมัติ “กรุณา แจ้งสิ่งที่ต้องการให้เป็น หลังเสียงสัญญาณ ตู๊ด…………” เมื่อสั่งเสร็จแล้วก็วางสาย แล้วก็ปิดเครื่อง ผมก็โทรสั่งว่า “ห้ามประชาชนขับรถส่วนตัวคนเดียวออกจากบ้าน ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น ต้องมี 2 คน : รถ 1 คันเท่านั้น, ห้ามรถบรรทุกขึ้นทางด่วนในเวลากลางวัน ให้ขึ้นทางด่วนได้ตั้งแต่เวลา 4 ทุ่ม ถึงตี 5 ของวันรุ่งขึ้นเท่านั้น และใครขับรถเห็นแก่ตัวขอให้โดนตำรวจจับปรับทุกราย” วางสายเสร็จ ปิดเครื่อง คิดว่ามันคงจะเปลี๊ยนแปล๋งในไม่ช้านี้แน่ ๆ มองดูเวลาในตอนนี้ พึ่งจะเที่ยงกว่า ๆ เอง กูจะทำอะไรดีว๊า กำลังคิดอยู่ว่าจะทำอะไรดี ไอ้โดเบะก็พูดแทรกขึ้นมาว่า นายท่านเสร็จธุระแล้วหรือยัง เราจะไปจกส้มตำต่อ เออจะไปก็ไปเถอะ มันก็รีบวิ่งไปที่ร้านส้มตำเหมือนเดิม

ผมก็นั่งนิ่ง ๆ นึกไปนึกมาทำอะไรดี ปิ๊ง! โทรศัพท์หาพิงค์กี้ดีกว่า จะถามว่าเลิกเรียนแล้วหรือยัง ถ้าเลิกแล้วจะชวนไปเที่ยวเล่นดูหนังดีกว่า ตามประสาคนมีเงิน (คนมีเงินทำอะไรก็ไม่น่าเกลียด) กริ๊ง…..ง กริ๊ง…..ง กริ๊ง…..ง กริ๊ง…..ง สวัสดีค่ะที่รัก พิงค์กี้พูดค่ะ “เออ.. พิงค์กี้ วันนี้เลิกเรียนกี่โมงค๊ะ” เอ่อ ก็ประมาณ ประมาณ บ่ายโมงครึ่ง “พิงค์กี้ถ้าเลิกเรียนแล้ว พี่อยากจะชวนพิงค์กี้ไปดูหนังกันไหม” ก็ได้ค่ะ พี่ก็มารอตรงหน้าบอร์ดแผนผัง ประมาณบ่ายสองก็แล้วกันนะ “โอเคจ้ะ ที่รักบ่ายสองเจอกัน” พอวางสายเสร็จก็มานั่งนึกว่า วันนี้กูจะดูหนังเรื่องอะไรดีว้า เอาเป็นว่ากูดูเหี้ยอะไรก็ได้ที่เป็นหนังผีดีกว่ามีหนังผีเรื่องอะไรก็ดูเรื่องนั้นนั่นแหละ ผู้หญิงมักจะกลัวหนังผี หลังจากที่คิดออกแล้วก็ไปอาบน้ำแต่งตัว เข้ากับสมัยนิยม เหลือบมองดูนาฬิกาบ่ายโมงสิบห้า เฮ้ยกูแต่งหล่อนานเกินไปหรือวะเนี่ย กูไปหาพิงค์กี้ไม่ทันแน่ ๆ เอาเป็นว่ากูจะไปทาง ประตูไปทุกที่ กำลังคิดจะออกไปตะโกนเรียกไอ้โดเบะว่าขอยืมประตูหน่อย แต่ผมก็ต้องเห็นประตูไปทุกที่วางอยู่หลังจากที่ได้ใช้เมื่อ 2-3 วันที่แล้ว น่าแปลกว่ะโดราเอมอน จะให้ของใช้วิเศษโนบิตะใช้ เมื่อใช้เสร็จแล้วก็จะเก็บเข้าภายในกระเป๋าหน้าท้องของโดราเอมอน แต่ไอ้โดเบะมันไม่มีเลยที่จะเก็บ เอาของใช้ออกมากี่อย่าง ก็ไม่ได้เก็บกลับเลย พอผมพูดว่าไปซอยข้างมหาวิทยาลัยชื่อดัง พอเปิดประตูไปก็ถึงซอยข้างมหาวิทยาลัยชื่อดังในบัดดล เหลือบดูเวลา ยังเหลือเวลาอีกประมาณ 30-40 นาทีกว่าจะถึงเวลาที่พิงค์กี้นัด ผมก็ไปเลือกทำเลที่นั่ง บริเวณร้านค้า หน้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง เพื่อมองนักศึกษาผู้หญิง (ถ้ากูมองผู้ชาย กูก็เบี่ยงเบนทางเพศแล้ว) มองไปควยก็โด่ไป พร้อมกับนึกในใจว่า “กูไม่เข้าใจเลย อีพวกนี้มันจะมาเรียนหรือว่ามันจะมาโชว์กันวะ” ผมก็มองไปเรื่อย ๆ 90 % จะเป็นเครื่องแบบที่รัดเป็นแหนมป้าย่น สั้นแบบหนีภัยน้ำท่วม บางแบบผ้ามุ้ง ข้าพกูคงคาดว่าระเบียบการแต่งกายของมหาวิทยาลัยชื่อดังคงจะเป็นอย่างนี้แน่ ๆ ส่วนผู้หญิงที่แต่งตัวเสื้อใหญ่ ๆ กระโปรงยาว ๆ นั้นคงต้องเป็นพวกแต่งตัวผิดระเบียบ น้องคนโน้นใส่เสื้อรัดมาก เสื้อในก็ใส่เป็นแบบไร้สาย นมโคตรใหญ่เลยแล้วยังจะเสือกวิ่งอีก แม่งกระเพื่อขึ้น กระเพื่อมลง แต่หน้าตาก็งั้น ๆ ล่ะ น้องอีกคนนมไม่ค่อยมีแต่คาดว่าคงจะเป็นพวกชอบโชว์มั้ง กระดุมเม็ดแรกไม่ติดเลย ก็ทำให้ใครต่อใครเห็นไปถึงนมไข่ดาวของเธอ (พวกไข่ดาวถ้าทำให้ถูกวิธีก็เซ็กซี่ได้) มองไปเรื่อย ๆ ก็ไม่ค่อยจะเป็นความแตกต่างของพวกนี้สักเท่าไหร่ มันเหมือนกันไปหมด มองดูนาฬิกาก็ใกล้เวลาแล้ว รีบไปที่หน้าบอร์ดแผนผังดีกว่า กว่าจะเดินไปถึงหน้าบอร์ดแผนผัง กูแทบจะสุก แม่งแดดโคตรร้อนยกกำลังสองเลย พอไปถึงหน้าบอร์ดผมก็เห็นสิ่งที่ทำให้ผมร้อนขึ้นไปอีก นั่นก็คือ พิงค์กี้ใส่กระโปรงที่สั้นและค่อนข้างบาง ยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดด โอ้แม่เจ้า เหมือนไม่ใส่กระโปรงเลย เห็นเรียวขางาม ๆ ได้อย่างชัดเจนเป็นรูปเป็นร่าง ผมก็ไปทักทายพิงค์กี้แล้วก็บอกว่า ไปดูหนังกันนะคนดีของพี่ต้า เสร็จแล้วผมก็ขึ้นแท๊กซี่ “พี่ไป Major รัชโยธิน” ไอ้คนขับแท๊กซี่ทำหน้า ซื่อตาใส มันก็ตอบอย่างที่ทำให้ผมงงชีวิตเลย “น้อง พี่เพิ่งมาขับแท๊กซี่ได้ไม่กี่วันเอง พี่เพิ่งมาจากบ้านนอกมาขับแทนเพื่อนที่ป่วยเข้าโรงพยาบาล พี่ไม่รู้จักเส้นทางในกรุงเทพฯ เลย พี่ก็ต้องให้ผู้โดยสารคอยบอกทางไปเรื่อย ๆ ว่าไปทางไหน เลี้ยวอย่างไร” ผมก็เลยบอกว่า “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พี่ไปนั่งเบาะหลังเลย เดี๋ยวผมจะขับเอง พิงค์กี้มานั่งเบาะหน้า ผมกดมิเตอร์แล้วก็ค่อย ๆ ขับแท๊กซี่ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึง เมเจอร์ มองมิเตอร์แล้วก็ 95 บาท ผมก็ลงรถและก็บอกว่า ผมยังไม่จ่ายค่ารถนะ ล็อกรถและก็ตามผมมา คนขับแท๊กซี่ก็ตามมาเรื่อย ๆ ผมก็พาเข้าร้านหนังสือชื่อดังที่อยู่ในเมเจอร์ พร้อมกับพนักงานร้านหนังสือว่า เอาแผนที่กรุงเทพอันที่ดีที่สุดให้ 1 เล่ม พอพนักงานส่งให้พร้อมกับแจ้งราคา 340 บาท ผมจ่ายเงินแล้วผมก็ยื่นให้คนขับแท๊กซี่ และก็บอกว่า “เอาไว้ทำมาหากิน ถ้าคิดจะขับแท๊กซี่ก็ต้องมีไอ้นี่ ถ้าไม่รู้จักเส้นทาง” พอยื่นให้คนขับแท๊กซี่เสร็จก็ปล่อยให้เขายืนงงอยู่ตรงหน้าร้านหนังสือนั่นแหละ

แล้วผมก็เดินไปดูตารางฉายว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่เป็นหนังผี นั่นไงก็เจอแล้ว เรื่องคนเล่นของ มันก็เข้าฉายมาตั้งนานแล้วนะ ทำไมยังไม่หลุดโปรแกรมฉายไปงงอยู่เหมือนกัน ผมก็ไปซื้อตั๋วหนังแล้วก็ไปนั่งรอเวลาฉายที่โถงกลางของเมเจอร์ ไม่นานนักก็มีเสียงประกาศ “สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ท่านที่ถือบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง คนเล่นของ รอบเวลา 16 นาฬิกา 10 นาที โรงที่ 3 ขณะนี้ ทางโรงภาพยนตร์พร้อมให้บริการแล้ว โปรดปิดอุปกรณ์สื่อสาร หรือเปิดเป็นระบบสั่น ขอให้ทุกท่านชมภาพยนตร์ให้สนุกค๊ะ” ผมก็เดินขึ้นบันได้เลื่อนและก็ขึ้นไปอีก 2 ชั้น และก็เข้าโรงภาพยนตร์ มาดูหนังที่เมเจอร์ ไม่เคยมีคำว่าผิดหวัง เพลงสรรเสริญขึ้นแล้ว จบแล้ว ผมก็ดูไปเรื่อย ๆ ไม่ค่อยรู้สึกว่าหนังเรื่อง คนเล่นของมันจะน่ากลัวห่าอะไรเลย เป็นหนังผีที่ได้รับการจัดชนิดว่า ผีหวานเย็น (เลือดก็ใช้น้ำแดง หนองก็ใช้นมข้น นี้คงเป็นสาเหตุที่ทำให้วงการภาพยนตร์ไทยไม่ก้าวหน้าทันกับนานาประเทศ) ขณะดูหนังพิงค์กี้อยู่ทางด้านขวา ผมก็จับให้หัวของพิงค์กี้มาซบบนไหล่ผม พอถึงตอนที่ตัวละครในเรื่องถูกฆ่า เสียงประกอบระทึก พิงค์กี้ตกใจกลัวกอดผมเลย (มันกอดผมอีกแล้ว นมเต้างาม ๆ มาบดกับแขนกูอีกแล้ว เดี๋ยวกูก็หัวใจวายตาย) พิงค์กี้ก็กอดผมไม่ปล่อยเลย ผมก็เลยพูดแซวว่า พิงค์กี้ค่ะกอดแน่น เดี๋ยวหายใจไม่ออกนะ “พิงค์กี้ก็ตอบมาว่า พิงค์กี้ไม่กลัวหรอกค่ะ พิงค์กี้ปอดใหญ่อยู่แล้ว พี่ก็คงจะรู้สึกได้นี่ค๊ะว่ามันใหญ่หรือไม่ใหญ่” เอแต่ว่าพี่ไม่รู้สึกนะว่าใหญ่หรือไม่ใหญ่ แล้วผมก็เอามือข้างซ้ายไปจับ หมับ! ที่นมพิงค์กี้แป๊บนึง แล้วก็บอกกับพิงค์กี้ว่า เอาล่ะพี่รู้แล้วว่าเราปอดใหญ่จะกอดแน่นกว่านี้อีกก็ได้นะ พิงค์กี้งงเป็นไก่ตาแตกเลย และก็มาบ่นอะไรข้างหูผมก็ไม่รู้ “พี่ต้ารังแกพิงค์กี้ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก มันก็ไม่ได้ติดมือพี่เขาไปสักหน่อยนิ มันก็ยังอยู่กับเรา” ผมก็รู้ว่าพิงค์กี้ไม่ว่าอะไรที่ผมจับนม ผมก็ได้ใจเอามือไปจับอีก คราวนี้ค่อย ๆ คลึง เบา ๆ ความรู้สึกที่ผมได้รับนั้นก็คือ เสื้อนักศึกษากับยกทรงนั้น เปรียบเสมือนผ้าบาง ๆ ที่ไม่อาจปิดกั้นความหยุ่นมือ ความใหญ่ได้ ผมรู้ได้เลยว่าพิงค์กี้มีอารมณ์มากขึ้น ๆ เป็นลำดับสังเกตได้จากการหายใจที่นมจะกระเพื่อมขึ้นลงแรงขึ้น ๆ “พี่ต้าคะ พิงค์กี้มีความสุขจังเลย ทำต่อไปนะคะ” ผมกำลังจะเอามือล้วงเข้าไปภายในกระโปรงของพิงค์กี้ กะว่าจะทักทายพื้นที่ด้านล่าง แต่คิดไปคิดมา ไม่ดีกว่า ขืนทำเดี๋ยวได้เอาพิงค์กี้กันพอดี ยังไม่อยากทำ อยากให้เขาแค่มีความสุขนิดหน่อยก็พอ เราต้องทำตัวให้เป็นคนดีของสังคม โดยไม่ล่วงเกินทางเพศในกรณีที่เขามีอารมณ์เงี่ยนแล้วเจ้าตัวยังไม่อนุญาต และอีกอย่างที่ไม่อยากจะเอาพิงค์กี้วันนี้ เพราะผมมีเป้าหมายที่จะเอาน้ำว่าวที่ผมเก็บสะสมประมาณ 5-6 วันไปฉีดที่หีอีนก ผมก็คลึงนมพิงค์กี้ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไฟในโรงภาพยนตร์เปิดนั่นก็แสดงว่าหนังจบแล้ว สรุปว่าผมก็ไม่ได้ดูหนังผีหวานเย็นเลย พอหนังจบแล้วก็เดินออกจากโรงหนัง พิงค์กี้ก็ทำอะไรที่แผลง ๆ จากที่ผู้หญิงเรียบร้อย ๆ พึงจะกระทำ นั่นก็คือ หอมแก้มผมต่อหน้าคนที่ออกจากโรงหนังจำนวนมาก ตัวผมมันไม่มีปัญหาหรอก ผมชอบเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว แต่ว่าพิงค์กี้ก็อยู่ในชุดนักศึกษามาทำอย่างนี้มันไม่เหมาะสม แต่ก็ช่างมันเถอะ ผมดูเวลาตอนนี้ก็ 2 ทุ่มกว่า ๆ แล้วก็รีบนั่งแท๊กซี่ไปลงที่หน้าสวนจตุจักร คราวนี้โชคดีหน่อย เจอคนขับแท๊กซี่ตัวจริง ไม่ใช่ตัวสำรองแบบที่เจอมาเมื่อตอนกลางวัน และก็เดินทางโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน ตลอดเส้นทางการเดินทางจากสถานีจตุจักรถึงสถานีลุมพินีผมล่ะโคตรเวียนหัวเลย (ผมก็เชื่อได้เลยว่าใครก็ตามที่โดยสารจะเวียนหัวเนื่องจาก ตอนที่เราอยู่บนพื้นทั่วไปความดันอากาศจะอยู่ที่ระดับหนึ่ง แต่พอลงไปลึก ๆ ความดันอากาศเปลี่ยน คล้าย ๆ กับขึ้นที่สูงแล้วหูอื้อ) แต่คุณรู้ไหมว่าเสียงผู้หญิงที่ประกาศอยู่ในรถไฟใต้ดินเป็นเสียงใคร นั่นก็คือ คุณสโรชา พรอุดมศักดิ์ ผู้ประกาศข่างหญิงดีเด่นประจำปี 2546 ผมชอบเสียงแบบนี้มากเลยฟังแล้วมีพลังอำนาจมาก พอถึงสถานีสวนลุมก็เดินไปส่งที่บ้านตอนนี้ก็ประมาณเกือบสามทุ่ม ก่อนที่จะถึงซอยย่อยเข้าบ้านพิงค์กี้ ผมก็ถือโอกาสทำให้พิงค์กี้ตกใจบ้าง โดยการดึงพิงค์กี้เข้ามากอดและก็หอมแก้มทั้งสองข้าง พร้อมกับกล่าวคำว่าขอบคุณครับ ที่มาเที่ยวกับพี่วันนี้ พี่มีความสุขมากเลย พิงค์กี้ก็บอกว่า พิงค์กี้ก็มีความสุขเหมือนกันค่ะที่รัก แต่อยากจะมีความสุขมากกว่านี้อีก ผมรู้ว่าพิงค์กี้หมายถึงอะไร ผมก็บอกว่าใจเย็น ๆ เรายังเรียนอยู่นะ แล้วผมก็ขอตัวกลับบ้านก่อน

1 comment to โดเรนเบะตอน2

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>