1 ปีกับอีก 1เทอมกว่าๆ

เหมือนชื่อเรื่องนั่นแหละครับ 1 ปีกับอีก 1 เทอมกว่า ๆ เข้าเรื่องเลยแล้วกัน ตอนนั้นผมยังเรียนอยู่ปี 3 ซึ่งกำลังห้าวเลยครับ เพราะว่าเริ่มมีผู้คนรู้จักมากมาย แถมยังเพิ่งได้รถจากที่บ้านมาใช้อีก อยากไปไหนก็ไปได้ วันนั้นผมไปหอสมุดในมหาลัย แล้วไปเจอรุ่นน้องผม มันก็มาหวัดดีและก็คุยกับผมได้สักพัก มันก็เจอเพื่อนของมัน ซึ่งเป็น 2 สาว พวกเค้าเข้ามาทักรุ่นน้องผม แต่ผมนี่สิ รู้สึกสะดุดตากับเพื่อนของรุ่นน้องผมอยู่คนนึง น่ารักมาก ขาวจั๊ว หน้าใส ตากลมโต หุ่นก็กำลังน่าฟัดเลยทีเดียว รุ่นน้องผมมันก็แนะนำผมให้พวกเธอรู้จักว่าผมคือรุ่นพี่ของมันนะ และด้วยความห้าวของผมเลยไปหยอกล้อคนที่ผมเล็งไว้ ซึ่งเธอก็เล่นด้วยแฮะ พอแยกทางกันผมก็ชักจะรู้จักเธอขึ้นมากกว่านี้แล้วสิ เลยไปขอเบอร์ติดต่อของเธอจากไอ้รุ่นน้องของผม แล้วเย็นนั้นผมก็ติดต่อไป คุยไปคุยมาผมก็รู้สึกว่าเราคุยกันได้สนุกดีนะ ชักอยากคบแล้วสิเรา แต่ว่าตอนนั้นผมก็กะหม้อเฉย ๆ เพราะแฟนผมก็มีแล้ว แต่ว่าเขาอยู่ไกลถึง กทม.ส่วนผมมาเรียนที่เชียงใหม่เลยอยากมีสาวที่รู้ใจที่นี่บ้าง จากที่ติดต่อกันได้สักประมาณ 1 เดือน ผมก็รู้สึกว่าชอบเธอเข้าแล้ว และดูเธอเองก็สนใจผมอยู่ไม่น้อย แต่ติดอยู่ที่ว่าผมมีแฟนแล้ว และกลัวเธอจะจับได้เลยได้แค่หม้อเฉย ๆ ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวอะไรกันเลย (ทั้ง ๆ ที่ถ้าคิดจะทำก็ได้) และแล้วความลับมันก็ไม่มีในโลก ตอนปิดเทอมผมกลับบ้านที่ กทม.แฟนผมจับได้ว่าผมกำลังหม้อสาวอื่นอยู่ และเธอก็ยื่นคำขาดเลยว่าจะเลือกใคร ผมก็ต้องเลือกแฟนผมอยู่แล้วสิ พอกัลบมาเชียงใหม่ผมเลลยตัดสินใจรวบรวมความกล้า แต่กว่าจะกล้าได้ก็นอนไม่หลับมาหลายคืน เพราะน้องคนนี้บอบบางเกินที่จะรับเรื่องแบบนี้แน่ ๆ และผมก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจผู้หญิงดี ๆ แบบเธอด้วย แต่ก็ตัดใจไปหาเธอที่หอ เธอก็แปลกใจว่าจู่ ๆ มาหาเธอเลย เพราะทุกทีเวลาผมจะไปหาเธอผมจะโทรบอกตลอด และเธอก็คิดว่าผมจะชวนเธอไปทานข้าวเย็นด้วยกัน “งั้นรอเราก่อนนะต่อ เราจะไปเอากระเป๋าตังค์กับมือถือไปกินข้าว” ผมเลยบอกเธอว่า “ที่มานี่ไม่ได้ชวนไปกินข้าวหรอก มีเรื่องจะคุยด้วย” เธอก็คิดว่าผมมีเรื่องเซ็ง ๆ มาระบายเฉย ๆ เลยทำหน้าตาใสซื่อบริสุทธุ์ยินดีที่จะรับฟังเรื่องของผม ผมเลยชวนไปนั่งที่ระเบียงหอ (คือว่ามันเป็นหอหญิงน่ะครับ ผู้ชายมาคุยได้แค่ข้างล่างเท่านั้น) ผมบอกเธอตรง ๆ ไปเลยว่าผมมีแฟนแล้ว ขอโทษที่ให้ความหวังกับเธอ เธอได้ยินแบบนี้เธอร้องไห้โฮเลยครับ ตอนนั้นไม่รู้ผมพูดไปได้ไงในที่แบบนั้น มันน่าจะหาที่เงียบ ๆ คุยกันมากกว่า เธอวิ่งหนีไปผมเลยต้องตามเธอเพื่อไปปลอบ เธอเสียใจมาก ร้องไห้ไปและระบายความรู้สึกของเธอออกมาจนหมด “ทำไมต่อไม่บอกเราแต่แรก ให้ความหวังกันทำไม” ผมปลอบเธอจนหยุดร้องไห้ และไปส่งเธอที่หอ ส่วนตัวผมก็ไปกินเหล้าย้อมใจ ช่วงเวลานั้นผมเองก็เสียใจ และทำตัวเสเพลมาก ไปเที่ยวผับก็จ้องแต่ไปหาสาวมาเป็ด ช่วงนั้นเลยได้เป็ดประจำ เฉลี่ยเดือนละ 3-4 คนได้ เหตุการณ์ผ่านมา 3 เดือน วันนั้นผมนอนเล่นที่หอก็มีเสียง call ขึ้นมาให้ผมลงไปรับโทรศัพท์ด้วย ผมก็ไปรับ เป็นเสียงที่ไม่ได้ยินมานานมาก น้องตาลโทรมาหาผม บอกว่าคิดถึงเลยโทรหา ไม่ติดต่อเราเลยนะช่วงนี้ ผมก็งง ๆ ว่าทำไมเธอยังกลับมาหาผมอีก ทั้ง ๆ ที่ผมยอมตัดใจจากเธอไปแล้ว จากนั้นก็เหมือนหนังเก่ามาฉายซ้ำแหละครับ ความกะล่อน+ความไม่เด็ด
ขาดของผมจึงทำให้ผมคบกับเธอต่อ คราวนี้ยิ่งกว่าเดิมครับ เหมือนแฟนกันจริง ๆ ไปไหนก็เดินจูงมือกันตลอด มีหยอกล้อกันจนคนอื่นคิดว่าเป็นแฟนกันจริง ๆ และความชั่วของผมมันก็ผุดขึ้นมาทันที หาทางวางแผนเป็ดเธอให้ได้ล่ะวะทีนี้ เป็นไงเป็นกัน แต่ผมยังมีความเป็นคนดีอยู่พอตัว กลัวไปทำร้ายจิตใจเธอมากขึ้นไปอีก เลยได้แค่จับไม้จับมือเท่านั้น เวลาผ่านมาจน summer ตอนนั้นผมไม่มีรถใช้เพราะขี้เกียจขับขึ้นมาจาก กทม. แต่เธอเอารถมาใช้ เพราะบ้านของเธออยู่แค่เชียงรายเอง และเธอต้องไปส่งน้องชายของเธอที่โรงเรียนด้วย สรุปตอนนี้คือเธออยู่ทั้งหอพักในมหาลัย และก็คอนโดกับน้องชาย ส่วนผมก็สบาย มีรถของเธอใช้ไปโดยปริยาย อะไร ๆ มันช่างลงตัวไปหมด พอผมขึ้นปี 4 น้องของเธอสอบติดมหาลัย เลยต้องอยู่หอในมหาลัย ถ้าเธอไปคอนโดเธอก็อยู่คนเดียว ผมก็คิดไว้ว่ามันช่างทางสะดวกดีแท้ ทำไมเราไม่ทำเลยวะ มัวแต่กลัวอะไรอยู่ล่ะ ได้แค่จับไม้จับมือ โอบกอดบ้างเป็นบางครั้ง เวลาไปเป็ดสาวที่อื่นผมมักจะจินตนาการเป็นเธอตลอด แม้กระทั่งตอนชักว่าวเธอก็เป็นนางเอกของผม มีอยู่วันหนึ่งผมไปเที่ยวเธคกับเพื่อน ๆ เลยขอยืมรถของเธอ และเธอก็ขอไปด้วย ผมงงเลยครับ เธอเป็นคนที่ไม่เที่ยวกลางคืนเลย จู่ ๆ จะไปกับผมเนี่ยนะ หรือว่าจะไปคุมเรากันแน่วะ เลยให้เธอไปด้วย คืนนั้นผมกับเพื่อน ๆ สนุกมาก เธอก็สนุก ดื่มไปเยอะจนเมาเลย เพื่อนผมก็สะกิดว่า “ไม่รอดมึงแน่เลยว่ะ เอาเลยสิวะ ทางสะดวกแล้วนี่” ตอนนั้นผมบอกตามตรงเลยว่าไม่กล้า เพราะไม่อยากทำร้ายเธอ เธอบริสุทธุ์เกินที่จะมาพลีกายให้ผม หลังจากเธคปิดเชื่อมั้ยครับ ผมขับรถไปส่งเธอที่คอนโด เพราะหอในมันปิดแล้ว และอุ้มเธอไปนอนที่ห้อง เธอเดินไม่ไหวเพราะเมามาก ส่วนผมน่ะเหรอ พอวางเธอลงเตียงแล้วก็ห่มผ้าให้เธอ และก็แอบหอมแก้มเธอไป 1 ฟอด แล้วก็ขับรถกลับหอ เท่านั้นจริง ๆ ในใจก็คิดว่า ถ้าเป็นสาวอื่นกูเป็ดจนหนำใจไปแล้ว แต่ทำไมน้องตาลกูถึงไม่ทำวะ วันต่อมาเธอก็ให้ผมไปรับเธอที่คอนโด พอเจอกันเธออาย ๆ หลบหน้าผม น่ารักสุด ๆ ผมก็คิดว่าเธอน่าจะรู้ตัวว่าผมแอบหอมแก้มเธอ จากวันนั้นยิ่ง sweet ครับ ไปดูหนังด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน โอบกอดนี่เป็นเรื่องธรรมดาเลยครับ เธอไว้ใจมากถึงกับขนาดให้ผมไปรอในคอนโดเธอตอนเธออาบน้ำ ผมไปเล่าให้เพื่อน ๆ ผมฟังมันยังไม่อยากเชื่อผมเลย “นักเป็ดอย่างมึงเนี่ยนะไม่ทำอะไรกันเลยหรือ” หนอย ดูถูกกูอีก แต่ก็แปลกใจว่าทำไมทำไม่ลง ทั้ง ๆ ที่แฟนตัวเองก็เป็ดออกจะบ่อย สาวอื่นก็เป็ดมาแล้ว 10 กว่าคน พอเข้าเทอม 2 เธออยู่คอนโดตลอดเลยครับ นาน ๆ จะเข้ามาหอในที ผมไปหาเธอก็ไปที่คอนโดตลอด แล้วเทอมนี้ผมก็ฝึกงานด้วย ตอนนี้ผมเอารถมาใช้แล้วครับ แต่ว่าสลับใช้กับเธอประจำ หรือไม่ก็เอารถตัวเองจอดแช่ไว้ที่คอนโดของผม (ย้ายมั่ง) แล้วใช้รถของเธอซะ เธอเองก็ดีกับผมมาก ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผมมีแฟนแล้วแต่เธอคงตัดใจจากผมไม่ได้ จึงทำให้ผมถนุถนอมเธอมาก วันนั้นเธอชวนผมไปคอนโดของเธอไปดูหนัง มีฉากเลิฟซีนเยอะพอสมควร เธอดูไปอายไป กุมมือผมแน่นเลย ผมก็ชักจะมีอารมณ์แฮะ เลยมองหน้าเธอ สบตาซึ้ง ๆ แต่ยังไม่กล้าที่จะทำอะไรมากไปกว่านี้ เลยได้แต่โอบเธอไว้และให้เธอมาซบ แต่มีอยู่ฉากนึงนี่ดุเด็ดเผ็ดมันมาก พระเอกกับนางเอกชวนกันไปเป็ด ผมเริ่มมีอารมณ์มากขึ้น เลยขอเธอว่า “ตาล ขอหอมแก้มทีดิ” ทั้ง ๆ ที่อยากเป็ดจนบ๊วยจะระเบิดอยู่แล้ว เธออายหน้าแดงเลยครับ อ้ำอึ้งอยู่สักพักเธอก็บอก “ก็ได้ แต่แค่ทีเดียวนะ” ผมเลยบรรจงหอมไป 1 ฟอด ซึ่งเ

7 comments to 1 ปีกับอีก 1เทอมกว่าๆ

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>